ข่าว

สามีกลั้นน้ำตาไม่ไหว เล่านาทีพยายามโทรหา ผอ.ตะพง แต่ไร้เสียงตอบรับ

สามีกลั้นน้ำตาไม่ไหว เล่านาทีพยายามโทรหา ผอ.ตะพง แต่ไร้เสียงตอบรับ

12 ก.พ. 2569

เปิดใจลูกชายผอ.ศศิพัชรวัย 19 สัญญาจะดูแลครอบครัวและสานต่อเจตนารมณ์แทนแม่ให้ดีที่สุด ด้านสามีสุดกลั้น เล่านาทีโทรหาภรรยาแต่ไม่มีคนรับสาย

12 ก.พ. 2569 ช่วงบ่ายวันนี้ครอบครัวได้เคลื่อนย้ายร่าง นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จากโรงพยาบาลหาดใหญ่ มายังวัดยูงทอง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา พร้อมประกอบพิธีรดน้ำศพและพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ท่ามกลางความโศกเศร้าโดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี 

 


สำหรับนางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อายุ 54 ปี สามีอาชีพครูและมีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นชายอายุ 19 ปี ส่วนคนเล็กเป็นผู้หญิงอายุ  13 ปี  โดยทีมข่าวพูดคุยกับนายสุวิจักขณ์ สินสโมสร อายุ 19 ปี ลูกชายคนโตของนางศศิพัชร ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจกับการสูญเสียแม่อย่างไม่ทันตั้งตัว พร้อมกับเล่าว่า ทั้งพ่อและแม่เป็นคุณครูสอนอยู่โรงเรียนใกล้กัน แม่เป็น ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ส่วนพ่อเป็นครูสอนที่โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ ในช่วงเกิดเหตุทราบจากข่าวว่า มีคนร้ายบุกเข้าไปโรงเรียนและจับตัวประกัน จึงโทรศัพท์หาแม่ทันทีแต่ไม่ได้รับสาย กระทั่งได้โทรหาพ่อจึงทราบว่าแม่ถูกยิง แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต จนถึงตอนนี้ก็ไม่อยากเชื่อว่าแม่จะไม่อยู่แล้ว พร้อมกับบอกข้อความไปถึงแม่ด้วยว่า "แม่ไม่ต้องห่วง ลูกอยู่ตรงนี้น่ะ จะทำให้ดีที่สุด ลูกจะทำทุกอย่างให้เอง"
 

สามีกลั้นน้ำตาไม่ไหว เล่านาทีพยายามโทรหา ผอ.ตะพง แต่ไร้เสียงตอบรับ
 

ขณะที่ครูเจษ หรือ เจษฎา สินสโมสร สามีนางศศิพัชร ซึ่งวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมงานศพได้บอกกับทีมข่าวว่า ครอบครัวเสียใจมาก แต่ทุกคนต้องพยายามเข้มแข็งให้ได้ เพื่อจัดงานศพให้ดีที่ที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย  พร้อมกับเล่านาทีเกิดเหตุให้ฟังว่า เนื่องจากโรงเรียนอยู่ใกล้กันเพียงแค่รางรถไฟกั้นกลางทำให้เห็นเหตุการณ์ที่โกลาหล ช่วงหนึ่งที่ทราบว่า คนร้ายบุกเข้าไปโรงเรียนได้พยายามโทรติดต่อภรรยาหลายสาย แต่ไม่รับสายทำให้ใจเริ่มสั่นสะท้าน กระทั่งออกไปเฝ้าดูเหตุการณ์ด้านหน้าโรงเรียน จึงทราบว่า ผอ.ถูกยิง ยิ่งเป็นกังวลมาก แต่ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย จนเมื่อเหตุการณ์คลี่คลายจึงรีบตามไปที่โรงพยาบาลทันทีและเฝ้ารอติดตามอาการจนสุดท้ายตี 2 แพทย์แจ้งไม่สามารถยื้อชีวิตภรรยาได้อีกแล้ว จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่า เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวตนเอง และบอกว่าหลังจากนี้จะดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด คำพูดสุดท้ายสามีผอ.ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่

 

สามีกลั้นน้ำตาไม่ไหว เล่านาทีพยายามโทรหา ผอ.ตะพง แต่ไร้เสียงตอบรับ


ด้าน นายประสิทธิ เพชรากาญ  พี่ชาย ผอ.โรงเรียนพะตงฯ บอกว่า ครอบครัวมีพี่น้อง 5 คน โดย ผอ.เป็นลูกสาวคนสุดท้อง ทำให้มีนิสัยใจนักเลงเป็นธรรม การสูญเสียครั้งนี้ยังไม่ได้แจ้งแม่ที่มีอายุ 90 ปีทราบรายละเอียด เนื่องจากผอ.เป็นที่รักของครอบครัว หลังจากนี้อยากให้หลายชายที่เรียนครูได้สืบสานการเป็นครูที่ดีต่อจากแม่ พร้อมฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลและยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนให้ดีกว่าเดิม

สำหรับกำหนดการพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ณ วัดยูงทอง ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา วันอังคารที่ 17 ก.พ.2569 เวลา 15.00 น.

 


สำหรับความคืบหน้าของคดี วันนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสงขลา โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์และเจ้าหน้าที่เทศบาลรวมถึงผู้สื่อข่าวได้เข้าไปที่บ้านของนายเขมนันท์ เกสเจริญ อายุ 18 ปี เยาวชนที่ก่อเหตุ ซึ่งอยู่บนเนินเขากลางสวนยางพารา บ้านคลองยา หมู่9 ต.บ้านไร่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 ชีวิตคือ พ่อ ,ลูกสาวอีก 2 คนและลูกชายคนก่อเหตุ

 


ทันทีพบผู้เป็นพ่อของเยาวชนที่ก่อเหตุ บอกทันทีว่า ลูกชายป่วยและเข้ารับการรักษาทางจิตเวชตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แต่ระยะหลังที่เริ่มเป็นวัยรุ่นทำให้ไม่ได้กินยาต่อเนื่อง ประกอบกับติดเพื่อนทำให้มีอาการคลุ้มคลั่งถี่ พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวไปดูร่องรอยการเผาที่นอน เครื่องใช้ในบ้านและอุปกรณ์การเกษตรที่ล้วนเป็นฝีมือของลูกชายทั้งสิ้นจนแทบจะหมดเนื้อหมดตัว 

 

สามีกลั้นน้ำตาไม่ไหว เล่านาทีพยายามโทรหา ผอ.ตะพง แต่ไร้เสียงตอบรับ


กระทั่งล่าสุดเมื่อเย็นวานนี้ลูกชายเกิดอาการคลุ้งคลั่งขึ้นมา จึงได้โทรแจ้งให้ตำรวจช่วยเข้ามาระงับเหตุ แต่ลูกชายอาการหนักถึงขั้นใช้มีดไล่ฟันเจ้าหน้าที่วิ่งหนีกระเจิง กระทั่งมาทราบอีกทีลูกชายไปก่อเหตุที่โรงเรียนและฝากขอโทษครอบครัวที่สูญเสียด้วยและยินดีให้ลูกเข้าสู่กระบวนการกฎหมายต่อไป

 


ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงแรงจูงใจที่ลูกชายคลั่งแล้วไปก่อเหตุที่โรงเรียน ผู้เป็นพ่อคาดว่าน่าจะเกิดจากความแค้นฝังใจ เรื่องที่น้องสาวเคยถูกครูตำหนิและเรียกผู้ปกครองไปพบเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกสาวโทรศัพท์เข้ามาว่าให้ไปรับที่โรงเรียนพอดี ทำให้เกิดเป็นภาพหลอนในหัวในการก่อเหตุครั้งนี้ โดยพ่อได้นำเอกสารการรักษาอาการทางจิตมาให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย

 


ขณะที่ พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ประชุมวางแนวทางการสอบสวน ล่าสุดอยู่ระหว่างการสอบปากคำข้างเคียงต่างๆ ซึ่งตามความผิดนั้นเป็นไปตามพฤติกรรม ขณะเดียวกันได้ทำหนังสือและรอหนังสือที่ส่งไปยังจิตแพทย์เพื่อประเมินภาวะทางจิตผู้ก่อเหตุด้วย


พร้อมชี้แจงประเด็นที่คนร้ายยื้อแย่งอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ไปก่อเหตุนั้น  รองผบช.ภาค 9 ระบุว่า จากการสอบสวนเป็นเรื่องของการเผชิญเหตุที่สมเหตุสมผล หลังจากที่สายตรวจเข้าไประงับเหตุและได้ขอกำลังสนับสนุนจากสภ.ทุ่งลุง ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางสมทบ แต่เกิดเหตุเฉพาะก่อน โดยเจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่า การพกพกอาวุธปืนเข้าระงับเหตุคลุ้มคลั่งนั้นอันตราย จึงเก็บเอาภายในยานพาหนะไม่นำอาวุธออกมาใช้เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งชิงในการปฎิหน้าที่