ข่าว

หลานแทงยายดับก่อนสารภาพ "ผมแทงจริง แต่ผมไหว้ขอโทษยายแล้ว"

หลานแทงยายดับก่อนสารภาพ "ผมแทงจริง แต่ผมไหว้ขอโทษยายแล้ว"

24 ม.ค. 2569

ยายวัย 88 ถูกหลานชายแท้ๆ ป่วยจิตคลั่ง ใช้มีดแทงคอเสียชีวิตคาบ้านพัก อ้างผีเข้าสิง ก่อนลงมือไหว้ขอโทษยายแล้ว

24 ม.ค. 2569 ร.ต.ท.วรินทร โสตะวงษ์ รอง ว.สอบสวน สภ.ย่อยห้วยหลวง อ.เมือง จ.อุดรธานี รับแจ้งจากเหตุหลายชายป่วยจิตเวช ใช้มีดแทงคอยายเสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี 

 

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ มีชาวบ้านมายืนมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก ตรวจสอบภายในบ้านพบศพนางตัน อายุ 88 ปี เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตมกองเลือดอยู่บนที่นอนหน้าประตูบ้าน พบมีดปลอกผลไม้ ยาวประมาณ 5 นิ้ว วางอยู่ข้างที่นอน ตรวจสอบที่ลำคอด้านซ้ายถูกแทงและปาด จนเส้นเลือดใหญ่ขาด และที่บริเวณหัวไหล่ซ้ายมีดถูกแทงและปาด 3 แผล ที่มือด้านซ้ายมีแผลจากการต่อสู้แย่งมีดจากผู้ก่อเหตุ เสียชีวิตมาประมาณ 5 ชั่วโมง

 
ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายเกียรติศักดิ์ หรือ หำน้อย อายุ 43 ปี หลานชายผู้ตาย ลงมาจากบ้านมาที่ครัวหลังบ้านและกำลังเปิดน้ำล้างเลือดบาดแผลถูกมีดบาดที่มือ จากการต่อสู้กันกับยาย

 

หลานแทงยายดับก่อนสารภาพ "ผมแทงจริง แต่ผมไหว้ขอโทษยายแล้ว"

ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวขึ้นรถตราโล่ไปสอบสวนที่โรงพัก เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่ยอมให้การถึงสาเหตุ พอมาถึงโรงพักตำรวจได้สอบถามแต่ก็ยังไม่พูด ตำรวจจึงใช้อุบายจะยึดแผ่นซีดีพระเกจิอาจารย์ในกระเป๋ากางเกงที่ผู้ก่อเหตุเก็บไว้กันผี จนผู้ก่อเหตุยอมพูดรับสารภาพว่า ใช้มีดแทงยายจนเสียชีวิตจริง เนื่องจากมีวิญญาณคนในหมู่บ้านที่เสียชีวิตไปแล้วหลายคน มาหลอกหลอน และมาเข้าสิงร่าง ตนกลัว จึงไม่ได้หลับไม่ได้นอนมา 4 วัน จึงทำให้แทงยายจนตายโดยไม่รู้ตัวและควบคุมตังเองไม่อยู่ 

 


"ผมยกมือไหว้ยายก่อนแทงคอยาย 2 ครั้ง ตอนที่ยายกำลังยืนคุยกับผม ผมแทงยายจริงๆ แทงแล้วผมก็ขอโทษยายด้วย"

 

ตำรวจจึงตรวจสอบปัสสาวะผู้ก่อเหตุ ผลปรากฎว่าไม่พบสารเสพติดในร่างกาย แต่ผู้ก่อเหตุมีประวัติการรักษาอาการจิตเวชมานานหลายปี จากการใช้ยาเสพติดและไม่ยอมกินยารักษาอาการ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตาม ขั้นตอนของกฎหมาย

 

หลานแทงยายดับก่อนสารภาพ "ผมแทงจริง แต่ผมไหว้ขอโทษยายแล้ว"

หลานแทงยายดับก่อนสารภาพ "ผมแทงจริง แต่ผมไหว้ขอโทษยายแล้ว"

 

จากการสอบสวนนางพิสมัย อายุ 65 ปี ลูกสาวคนเสียชีวิต และเป็นน้าคนก่อเหตุ ผู้พบศพคนแรก เล่าทั้งน้ำตาว่า แม่อาศัยบ้านหลังนี้กับหลานชายป่วยจิตเวชมานานนับ 10 ปี หลังจากพ่อและแม่หลานชายเสียชีวิต ตนกลัวหลานจะทำร้ายยาย เพราะไม่ค่อยชอบกินยารักษาอาการทางจิตเวช และเคยทำร้ายยายมาแล้ว ตนและน้องๆ จึงพาแม่ไปอยู่ที่บ้านด้วย แต่แม่ก็เป็นห่วงหลานชาย และขอกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้กับหลานช่วงปลายปีที่ผ่านมา ลูกๆเอาแม่ไปอยู่ด้วยหลายครั้ง แกก็กลับมาอยู่กับหลานเหมือนเดิม กลัวหลายชายไม่ได้กินข้าว

 
ทุกวันยายจะออกไปปลูกผัก หลานชายก็อยู่บ้านไม่ทำอะไร โดยไม่กี่วันนี้หลานชายได้ไปด่ายาย ขอเงินจะเอาเงินไปซื้อข้าว เพราะข้าวสารหมด เนื่องจากเอาข้าวสารไปให้คนอื่นหมดแล้ว กระทั่งเช้าวันนี้ตนมาส่งข้าวให้แม่ตามปกติ ก็พบแม่นอนจมกองเลือดเสียชีวิตแล้ว ตอนแรกพยายามร้องเรียกยังไงก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงเปิดประตูเข้าไปและเปิดผ้าห่มดู ก็พบว่าแม่ถูกทำร้ายเสียชีวิต จึงวิ่งไปบอกหลานสาว และน้องชาย ให้มาช่วยดูและแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

 
ด้าน น.ส.นางอ้อย อายุ 50 ปี พี่สาวของนายหำน้อย เล่าว่า เมื่อเช้าขับรถผ่านบ้านเห็นนายหำน้อยถูบ้านอยู่ในห้องนอนชั้นล่าง ส่วนยายนอนห่อผ้าอยู่หน้าประตู จึงไม่ได้คิดอะไร ก็ไไปซื้อกับข้าวกับน้าสาว พอกลับมาถึงทราบว่าน้องชายฆ่ายาย โดยน้องชายไปทำงานต่างจังหวัด เมื่อ 20 กว่าปี แล้วเสพยาบ้า ทำให้ป่วยเป็นจิตเวช พารักษาหลายครั้งให้ยากินก็โยนทิ้งไม่ยอมกินและทำร้ายยายมาตลอด แต่ไม่รุนแรงเหมือนครั้งนี้ จนยายเสียชีวิต

 
ส่วนนายสุนทร อมูลราช อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่านายหำน้อยฆ่ายายตัวเอง จึงได้ออกมาดู เห็นนายหำน้อย อยู่บนบ้านได้สอบถาม เขาบอกว่ามีดบาดมือ จึงได้เกลี้ยกล่อม รอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง เพราะกลัวถ้าเข้าไปจะได้รับอันตราย เนื่องจากเขาใช้อาวุธมีดแทงยายเสียชีวิต โดยตนได้มาระงับเหตุหลายครั้ง นายหำน้อยคลั่งอาละวาด ด่าชาวบ้าน แล้วก็ทำร้ายยาย จนญาติพายายไปอยู่บ้านด้วย แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่กับชายหลานชาย แล้วก็มาโดนหลานชายในสายเลือดฆ่า