ข่าว

ดร.เอ้ ส่องกล้องวิเคราะห์นาทีเครนเสียสมดุลถล่มทัยรถไฟ เปรียบ "มีดอีโต้"

ดร.เอ้ ส่องกล้องวิเคราะห์นาทีเครนเสียสมดุลถล่มทัยรถไฟ เปรียบ "มีดอีโต้"

15 ม.ค. 2569

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ วิเคราะห์เป็นฉากๆ สาเหตุเครนถล่มกลางขบวนรถไฟ แฉพิรุธผู้รับเหมาประวัติเสีย คนขับประมาท อุปกรณ์เก่า มั่นใจประมาทเลินเล่อไม่ใช่สุดวิสัย

15 ม.ค. 2569 ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ ในฐานะอดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมผู้สมัคร สส.พรรคไทยก้าวใหม่ จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่บ้านถนนคด ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย 

 

ดร.เอ้ ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจดูเครนก่อสร้าง พร้อมวาดภาพจำลองวิธีการทำงานของระบบเครนในการก่อสร้าง เพื่อจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

 

สันนิษฐานว่าระหว่างที่คนขับดันเครนไปข้างหน้า เกิดการเสียสมดุลลักษณะคล้ายหน้าคว่ำลง ซึ่งอาจเกิดจากการบังคับเครนยื่นยาวเกินไป ไม่อยู่ในระดับ  ซึ่งเมื่อยื่นเครนออกไปในระยะที่ยาวจะทำให้เครนสั่นและทำให้ตัวรอกยกยึดเครนไหล เมื่อเกิดการไหลลงก็เกิดเหตุการณ์เหมือนมีดอีโต้ไหลลงมาและสับลงตรงกลางขบวนรถไฟ จากความสูงที่ประเมินน่าจะประมาณ 20 เมตร ส่วนน้ำหนักเครนอยู่ที่ประมาณ 20 ตัน เมื่อเกิดแรงกระแทกจะต้องคูณไปอีก 100 เท่าเป็นอย่างต่ำ ลักษณะคล้ายมีดอีโต้สับลงกลางรถไฟ พลังงานที่เกิดขึ้นกับการรับแรงกระแทกอาจเกิดได้ถึง 100 เท่าหรือ 1,000 -2,000 ตัน 

 

ดร.เอ้ ส่องกล้องวิเคราะห์นาทีเครนเสียสมดุลถล่มทัยรถไฟ เปรียบ "มีดอีโต้"

ดร.เอ้ ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย เพราะไม่มีลมแรงเกิดขึ้น ดังนั้นกรณีนี้เกิดขึ้นจากองค์ประกอบ 2 อย่าง 1.คน 2.อุปกรณ์ที่เก่าเสื่อมสภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งตัวเครนที่ไม่ได้มาตรฐานอาจจะเสียสมดุลได้ง่าย จากการที่ตนเองได้ใช้กล้องส่องทางไกลส่องดู ยิ่งเห็นว่ามีข้อต่อเยอะและเป็นโพรง ทำให้เกิดการสั่นหรือเสียสมดุลได้ง่าย   

 

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากความประมาทของคนขับเครน แม้ว่าจะประมาทอย่างไร แต่ปัญหาหลักอาจเกิดจากเครนที่ใช้งานมานานหลายกิโลเมตรเเล้วไม่มีการซ่อมบำรุง

 

จึงอยากเเนะนำเจ้าภาพให้ไปสืบหาความจริงด้านนี้ ซึ่งตนเองได้ส่งสัญญาณเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนทำการเมืองแล้ว ในการรวบรวมรายชื่อออกกฎหมายความปลอดภัยด้านสาธารณะ เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญกลางมาตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น 

 

ดร.เอ้ ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนของรถไฟที่ขับผ่านในช่วงเวลาก่อสร้าง ส่งผลกระทบน้อยมากกับการที่เครนจะหล่นลงมา หรือ แทบไม่มีผลเลย ซึ่งตนเองมองว่าการเสียสมดุลของเครนน่าจะเกิดก่อนที่รถไฟจะวิ่งผ่าน เเละเมื่อรถไฟวิ่งผ่านมาพอดี จึงทำให้เกิดเหตุขึ้น กรณีนี้เป็นความน่าอับอาย โดยหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบนั้นน่าจะต้องเจ้าของงานโดยตรง ผู้รับเหมารายย่อย เจ้าของเครน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ใครจะเป็นคนหาคนมารับผิดชอบเรื่องนี้"


ดร.เอ้ ส่องกล้องวิเคราะห์นาทีเครนเสียสมดุลถล่มทัยรถไฟ เปรียบ "มีดอีโต้"

ดร.เอ้ ส่องกล้องวิเคราะห์นาทีเครนเสียสมดุลถล่มทัยรถไฟ เปรียบ "มีดอีโต้"

ดร.เอ้ ส่องกล้องวิเคราะห์นาทีเครนเสียสมดุลถล่มทัยรถไฟ เปรียบ "มีดอีโต้"

ดร.เอ้ ส่องกล้องวิเคราะห์นาทีเครนเสียสมดุลถล่มทัยรถไฟ เปรียบ "มีดอีโต้"

ตนเองอยู่ในแวดวงวิศวกรได้เห็นความตายจากภัยพิบัติมามาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนผิดมักจะลอยนวลเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ และเมื่อเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องต่อศาลต้องดูหลักฐานประกอบเมื่อหลักฐานไม่เพียงพอก็โยนไปว่า "เป็นอุบัติเหตุ โดยไม่มีใครคาดการณ์มาก่อน" ส่วนความเสียหายก็ไปฟ้องร้องกับบริษัทประกัน ทำให้ผู้สูญเสียและผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม  แต่ในต่างประเทศมีองค์กรที่เรียกว่า "องค์กรเพื่อความปลอดภัยเพื่อสาธารณะ" ที่เป็นองค์กรอิสระ เพื่อเข้ามาตรวจสอบสาเหตุและจะไม่มีการยอมให้หรือถอนใด ๆ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสอบเพื่อดูหลักฐานทั้งหมดก่อน ซึ่งในประเทศไทยไม่มีองค์กรแบบนี้   พรรคไทยก้าวใหม่พยายามผลักดันให้เกิดองค์ดังกล่าวในประเทศไทย ขอให้ประชาชนเข้ามาร่วมกันลงชื่อ รวมถึงทุกพรรคการเมืองเข้ามาผลักดัน เพื่อที่จะมีเจ้าภาพโดยจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม ทางด้านกฎหมาย แพทย์ ประชาชน วันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกลับไม่เข็ดหลาบ หลักฐานหายหมดแล้ว จำเป็นจะต้องมีการป้องกันตั้งแต่เริ่มต้นโครงการต่าง ๆ 

 

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยังตั้งข้อสังเกตว่ามีการปล่อยให้กลุ่มผู้รับเหมาทั้งที่เกิดขึ้นตึก สตง.ถล่ม ยังเข้ามารับโครงการใหญ่มูลค่ามหาศาลจนเกิดความเสี่ยง ตอนนี้จะอ้างเรื่องสัญญาไม่ได้ เพราะเคยเกิดเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตมาแล้ว ดังนั้นกรณีนี้จึงไม่ควรเกิดขึ้นอีก ซึ่งตนเองห่วงเครนประเภทนี้มาก เพราะเกิดเหตุในลักษณะคล้ายกับในพื้นที่ย่านลาดกระบังในช่วงปี 2566 

 

ขณะที่หลักความปลอดภัยสากลว่า เวลามีการปรับเรื่องโครงสร้างใหญ่ที่อันตรายเหนือหัวต้องไม่มีกิจกรรมข้างล่าง ไม่ใช่แค่รถไฟผ่าน แม้กระทั่งรถขนของหรือคนเดินก็ผ่านไม่ได้ พร้อมกับตั้งคำถาม 5 ข้อ ที่รัฐจะต้องให้คำตอบ 

 

1.มีกิจกรรมก่อสร้างได้อย่างไรในขณะรถไฟวิ่งผ่าน

2.ผู้รับเหมาเป็นเครือเดียวกับที่รับการก่อสร้างที่ตึก สตง.พิสูจน์แล้วว่าทำให้เกิดความเสียหาย แล้วเข้ามาดำเนินการในโครงการนี้ได้อย่างไร

3.สาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการเร่งรัดการทำงานก่อสร้างใช่หรือไม่

4.ไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบ ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไปสืบหาข้อเท็จจริง เพราะไม่มีที่ใดในโลกให้เจ้าของงานไปสืบหาสาเหตุ 

5.จำเป็นต้องมีเจ้าภาพกลางในการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะควรจะมีกฎหมายความปลอดภัยด้านสาธาร