
อนุทิน เดือด! ปมเยียวยาผู้เสียชีวิต 8 หมื่น สั่ง รฟท. จ่ายหลักล้าน
"อนุทิน" ฟาดเดือด เยียวยาเหยื่อรถไฟะ 8 หมื่น ชี้เป็นการ "ตบหน้า" รัฐบาลและญาติผู้สูญเสีย ชี้ชีวิตตีราคาไม่ได้ อย่างน้อยต้องหลักล้าน
14 ม.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเครนถล่มทับรถไฟขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 กรุงเทพ-อุบลราชธานี
ทันทีเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ นายอนุทินเข้าไปคุยกับญาติผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจกับครอบครัวที่ได้รับความสูญเสียรับปากว่า จะดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่ พร้อมเข้าไปตรวจบริเวณจุดที่คานถล่มลงมา ช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีถามหาคนควบคุมงานก่อสร้างและทางบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ควบคุมงาน เพื่อที่จะมาชี้แจง
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังสาเหตุอุบัติเหตุและรับฟังจำนวนเงินเยียวยาจากรักษาการผู้ว่าฯการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เบื้องต้นค่าปลงศพ 40,000 บาท และเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 40,000 บาท
รวมถึงรับฟังสรุปจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่แจ้งว่า ทางโครงการมีประกันภัยของ 2 บริษัท คุ้มครองอยู่ที่ 50 ล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ถามว่า จำนวนดังกล่าวนี้คุ้มครองทั้งหมด หรือ หมายถึงเฉพาะ third party
นายอนุทิน ถึงกับระบุว่า "ผมว่ามันไม่ได้หรอกครับ เงินเยียวยาเท่านี้ ผมว่าไม่ได้หรอกครับ ต้องเป็นหลักล้าน" ก่อนที่นายกรัฐมนตรีได้หันหน้าไปถามว่า นายพิพัฒน์ และบอกว่า "มันไม่ได้นะ รัฐมนตรี"
นายอนุทิน กล่าวว่า ทาง รฟท. ต้องเรียกประชุมบอร์ดและกำหนดเลยว่า จะเยียวยาอย่างไร อยู่ดีๆ ผู้โดยสารมาใช้บริการสาธารณะของเรา แล้วเราคุ้มครองความปลอดภัยเขาไม่ได้ รายละ 40,000 บาท เป็นไปไม่ได้หรอก เติม 0 ไปอีกตัว ยังไม่ได้เลย ถ้ารัฐมนตรีสั่งการให้มีการประชุมบอร์ด ต้องมีการเยียวยา ส่วน รฟท. จะไปไล่เบี้ยกับบริษัทประกันหรือผู้รับจ้างก็ว่ากันไป แต่ตนว่าให้ 40,000 บาท แล้วไปบวกกับ 40,000 บาท 80,000 บาท มันเป็นไปไม่ได้ ใครเป็นญาติก็ไม่ยอมหรอกครับ
ตอนนี้ไม่มีเบื้องต้น เบื้องท้ายแล้ว คนตายไป 30 กว่าคนแล้ว เขาควรจะได้เท่าไหร่ มันไม่ใช่เบื้องต้นแล้ว ตายแบบนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงจะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนใหญ่จะเจออุบัติเหตุในช่วงที่ยังไม่ส่งมอบงาน ดังนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่ง รฟท.จะต้องรับผิดชอบ ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการประชาชน จึงมองว่าความรับผิดชอบไม่ใช่ตัวเลขเพียงแค่ 40,000 + 40,000 ต้องให้ทางรัฐมนตรีกระทรวงการคมนาคมไปดูว่า เสียชีวิตจากความบกพร่องของรัฐ จะมีการเยียวยาจากรัฐอย่างไร ตนได้บอกกับทาง รฟท.ไปแล้วว่า การเยียวยานั้นอย่างน้อยจะต้อง 7 หลัก ซึ่งตนเองก็ไม่พอใจกับตัวเลขการเยียวยาของผู้เสียชีวิตในตอนแรก จริงๆ แล้วไม่สามารถตีราคาได้ด้วยซ้ำ
ทั้งนี้ตนได้แต่ให้นโยบายกับ รฟท. ซึ่งคณะกรรมการจะต้องเร่งดำเนินการ เพราะตนสั่งการไม่ได้ ตอนนี้เป็นรัฐบาลรักษาการอีก ต้องรอการเลือกตั้ง ซึ่งก็หวังว่าพวกเขาจะเชื่อ เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้ไปเปรียบเทียบว่า เป็นอุบัติเหตุของการก่อสร้างเท่านั้น แต่มีประชาชนสัญจรไปมา เป็นบริการของรัฐ
ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตนั้น มาจากการก่อสร้างไม่ดี สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องพิสูจน์ เพราะอย่างไรก็ผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ประชาชนจะต้องเดินเท้าสัญจรหรือไม่
ส่วนบริษัทผู้รับเหมาเป็นบริษัทเดิมและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จะมีการดำเนินการอย่างไรนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก อย่างในกรณีนี้ผู้รับจ้างก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สตง. ที่ถล่มลงมา รวมถึงการก่อสร้างถนนพระราม 2 และยังมีการประมูลงานอีกหลายโครงการหลักหมื่นล้าน ตนบอกกับทางอธิบดีกรมบัญชีกลาง ซึ่งท่านก็บอกว่า จะพิจารณาใช้วิธีการการลดขั้น (ตัดคะแนน) และยังมองว่า ต้องแก้กฎหมาย เพราะที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานไหน ทำการขึ้นบัญชีดำบริษัทเหล่านี้เลย กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจหน่วยงาน กฎหมายการควบคุมงานก่อสร้าง ตอนนี้เป็นปัญหาแน่นอน จึงอยากย้ำว่าต้องแก้กฎหมาย และยื่นเรื่องต่อสภา เพราะทางประเทศไทยพยายามที่จะพัฒนาสาธารณูปโภคต่างๆ จึงจำเป็นต้องแก้กฎหมาย ดังนั้น รฟท.จะต้องแจ้งความกับบริษัทผู้รับจ้าง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาสืบสวนสอบสวนขยายผลหาสาเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป
เมื่อถามว่า ตามปกติทั่วไปหากมีการก่อสร้าง จะต้องมีการหยุดทำงานขณะที่มีรถผ่านหรือไม่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบแทนว่า ในสัญญาระบุเอาไว้อยู่แล้วว่า ในช่วงที่รถวิ่งผ่านจะต้องหยุดการทำงานทั้งหมด ซึ่งจะต้องมีการสอบต่อไปว่า ทำไมถึงไม่หยุดงานในส่วนนี้ เนื่องจากตามสัญญาระบุอย่างชัดเจนแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ นายอนุทินและนายพิพัฒน์ เดินทางกลับ นายอนุทิน หันมาย้ำกรณีเงินเยียวยา 40,000+40,000 ว่า
"อย่างน้อยตนเองในฐานะนายกรัฐมนตรี ฟัง40,000บาท ก็ปัดปากกาทิ้งแล้ว ไม่ยอม ไม่มีทางที่จะจ่าย 40,000 บาท อันนี้ไม่ใช่ตบหน้าญาติ แต่เป็นการตบหน้าตนเองด้วย นี่คือสิ่งที่ต้องให้ผู้บริหารการรถไฟจะต้องไปคิดเสนอบอร์ดในการเยียวยาตรงนี้อย่างไร"



