
ปปป.-ป.ป.ช. พบพิรุธ เอื้อ "บิ๊กโจ๊ก" ชิงเวนคืนกรมธรรม์ 10 ล้าน
"ปปป.-ป.ป.ช." ตรวจสอบพบไทม์ไลน์ ยึดเวลาอายัดทรัพย์สิน "บิ๊กโจ๊ก" จนเกิดช่องว่างให้ชิงเวนคืนกรมธรรม์ 10 ล้าน
13 ม.ค. 2569 รายงานข่าวจาก กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) แจ้งว่า ความคืบหน้าคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผบ.ตร. ขณะนี้กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เเละสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังดำเนินการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. โดยอ้างว่ามีข้อมูลหลักฐานสำคัญจากอดีตทีมงานและเทปบันทึกการสนทนาที่ยืนยันถึงการได้รับผลประโยชน์
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า บก.ปปป. เตรียมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อข้อมูล หลังพบความผิดปกติ กรณีการไม่ส่งคำสั่งอายัดทรัพย์สินต่ออัยการ เพื่อฟ้องศาลแพ่งให้พิจารณา จนเปิดช่องว่างให้อดีตรอง ผบ.ตร. และภริยา สามารถเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาทได้ทันท่วงที ทั้งที่มีหลักฐานเส้นเงินเชื่อมโยงกับบัญชีม้าของเว็บพนันมิน นอกจากนี้ยังพบว่า มีการเวนคืนกรมธรรม์เกือบทั้งหมดและถอนเงินสดออกไปจนเหลือเงินในบัญชีเพียง 4.8 แสนบาท
บก.ปปป. ตรวจสอบไทม์ไลน์การไม่ส่งคำสั่งอายัดทรัพย์สินแล้ว ตั้งข้อสังเกตว่า ในรายงานคณะกรรมการธุรกรรมให้มีมติอายัดทรัพย์สินมาโดยตลอด เเต่พบว่าที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. สั่งการให้สอบเพิ่มเติมในประเด็นไม่สำคัญ ส่งผลให้ไม่สามารถบรรจุวาระเข้าสู่วงรอบการประชุมประจำเดือนได้ทัน โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องที่มาให้ข้อมูลในเร็วๆ นี้ เพื่อตรวจสอบว่าการกระทำส่งผลให้อดีตรอง ผบ.ตร. และภริยาเวนคืน พร้อมถอนเงินกรมธรรม์ดังกล่าวได้หรือไม่
ไทม์ไลน์ บก.ปปป. พบความผิดปกติ
วันที่ 2 ส.ค. 2566 ปปง.รับรายงานจาก สน.ทุ่งมหาเมฆ ในการดำเนินคดีร่วมกันฟอกเงินขจากเว็บพนันมินนี่ จากนั้นวันที่ 18 ต.ค. 2566 การประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 10/2555 มีมติให้พนักงานเจ้าหน้าที่สืบสวนตรวจสอบธุรกรรมทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิด
วันที่ 9 ม.ค. 2567 คณะกรรมการธุรกรรมมีมติยึด /อายัด ทรัพย์สินรวม 255 รายการ จากนั้นวันที่ 12 มี.ค. 2567การประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 3/2567 มีมติส่งเรื่องไปยังอัยการ เพื่อฟ้องศาลแพ่ง (คดีดำที่ 51/2567) เพื่อยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของเเผ่นดิน (รอคำพิพากษา)
วันที่ 10 เม.ย. 2567 การประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 4/2567 มีมติยึด/ อายัดทรัพย์สินเพิ่ม 4 รายการ และพนักงานฯเสนอเรื่องยึด/อายัดทรัพย์สินของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กับภริยา โดยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตรวมอยู่ด้วย เนื่องจากพบเส้นเงินการโอนจากบัญชีม้าพนันออนไลน์ ซึ่ง พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ นำไปใช้เพื่อไปชำระเบี้ยกรมธรรม์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามไม่มีการนำวาระดังกล่าวเข้าที่ประชุมกรรมการ ปปง.
วันที่ 23 เม.ย. 2567 อดีตรอง ผบ.ตร. ทำหนังสือถึงเลขาธิการปปง. เพื่อขอความเป็นธรรม ขอให้สอบถามข้อมูลกับตนก่อนมีคำสั่งใดๆ ขอโอกาสชี้แจง โดยอ้างว่า “ตนเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และจะไม่โยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน” ถัดมาสำนักงานเลขาธิการปปง. รับเรื่องนี้ไว้ในวันที่ 24 เม.ย. 2567 เวลา14.31 น. จากนั้นในวันเดียวกัน พบว่า อดีตรอง ผบ.ตร. และภริยาได้ทำการเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตทุกฉบับ โดยเงินเวนคืนถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว
ต้นเดือน พ.ค. 2567 มีการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 5/2567 มีการนำวาระการอายัดกรมธรรม์ของอดีตรอง ผบ.ตร. และภริยา เข้าพิจารณา พร้อมนำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของอดีตรอง ผบ.ตร. มาพิจารณาประกอบด้วย โดยมีมติการประชุมว่า “ให้ตรวจสอบเพิ่มเติม” เเต่พบว่าวันที่ 24 เม.ย. 2567 อดีตรอง ผบ.ตร. และภริยา “เวนคืนกรมธรรม์เเล้ว” ดังนั้นเลขาธิการปปง. ใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง เเห่งพ.ร.บ.ปปง. อายัดทรัพย์ดังกล่าวไว้ก่อนได้ เเละเปิดโอกาสให้เจ้าของทรัพย์ชี้แจง
กลางเดือน พ.ค. 2567 มีการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 6/2567 (วาระพิเศษ) พนักงานฯเห็นว่าหนังสือร้องเรียนของอดีตรอง ผบ.ตร. ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของปปง. เพราะมีพยานหลักฐานว่า“เงินที่จ่ายเบี้ยประกันโอนมาจากบัญชีม้าเว็บพนันที่เป็นความผิดฐานฟอกเงิน บัญชีโอนตรงกับปปง.อายัดทรัพย์ไว้เเล้ว” และเสนอกรณีนี้ให้เลขาธิการปปง. กำหนดเป็นวาระการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 7/2567
โดยวันที่ 27 พ.ค. 2567 อดีตรอง ผบ.ตร. และภริยา เปิดบัญชีธนาคารใหม่และโอนเงินจากบัญชีที่รับมาจากการเวนคืนกรมธรรม์เมื่อ 24 เม.ย. 2567 มายังบัญชีใหม่
วันที่ 11 มิ.ย. 2567 มีการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 7/2567 มีมติรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 5/2567 ต่อมาปลายเดือน มิ.ย. 2567 มีการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 8/2567 (วาระพิเศษ) พนักงานฯนำรายงานการประชุมครั้งที่ 5/2567 ประกอบกับประมวลเรื่องเสนอความเห็นเสนออายัดทรัพย์อดีตรอง ผบ.ตร. และภริยาไปยังเลขาธิการปปง. เพื่อบรรจุเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 9/2567 (9ก.ค.2567)
“วันที่ 8 ก.ค. 2567 เวลา 11.21 น. พล.ต.อ.สุรเขษฐ์ ทำหนังสือขอความเป็นธรรมต่อเลขาธิการปปง. เรื่องโปรดรับคำขอไว้พิจารณา ใจความอ้างว่า หากมีการอายัดทรัพย์สินจะทำให้ตนเสียหายไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร. เงินที่จ่ายเบี้ยประกันในกรมธรรม์ตน โดยให้เงินสดกับพ.ต.ท.คริษฐ์ ไปชำระนั้น ไม่ทราบว่าทำไมการจ่ายจึงไปเกี่ยวกับเว็บพนัน จากนั้นเลขาธิการปปง. รับหนังสือนี้ในเวลา 11.27 น. ในวันเดียวกัน“
วันที่ 9 ก.ค. 2567 มีการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ครั้งที่ 9/2567 มีมติให้พนักงานฯสอบเพิ่มเติม“เพื่อให้ความเป็นธรรม และให้อดีตรอง ผบ.ตร. ส่งเอกสารเพิ่มเติมภายใน 15 วัน” โดยปปง.แจ้งให้อดีตรอง ผบ.ตร. ทราบวันที่ 11 ก.ค. 2567
ต่อมาวันที่ 13 ม.ค. 2568 ปปง.เเจ้งความสน.บางรัก เอาผิดพล.ต.อ.สุรเชษฐ์และภริยาในความผิดฐานฟอกเงินหลังพบว่ากรมธรรม์ประกันชีวิต 8 กรมธรรม์ของทั้ง 2 คน มีการโอนเงินจากบัญชีม้าที่เกี่ยวกับเว็บพนันมาชำระค่างวดเบี้ยประกันชีวิตของทั้งสองคนเกือบ 1.8 ล้านบาท ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และภริยา ได้เวนคืนกรมธรรม์ในวันที่ 24 เม.ย. 2567 เมื่อได้เงินมาก็โอนเงินออกไปในบัญชีใหม่ และถอนเงินสดออกมา 10 ล้านบาท โดยขณะนั้นเหลือเงินจากการเวนคืนกรมธรรม์ในบัญชีธนาคารที่ ปปง. อายัด ได้ 480,000 บาท



