
รร. แถลงชี้แจง กรณีพี่ชายใช้อาวุธบุกตบนร.ชั้น ม.2 ถึงห้องเรียนบาดเจ็บ
รร. ชี้แจง หนุ่มบุกทำร้าย นร. ชั้น ม.2 อ้างน้องชายป่วยโรคหืดหอบ โลหิตจาง ถูกแกล้งประจำ ถึงขึ้นหมดสติ ด้าน รร. ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
จากกรณีพี่ชายถืออาวุธปืนเข้าทำร้ายเด็กนักเรียนชั้น ม.2 ถึงในห้องเรียน ซึ่งเป็นเพื่อนของน้องชาย จนเลือดอาบ เป็นแผลฉีกขาดที่ศีรษะ 6 ซม. นิ้วก้อยทางด้านซ้ายผิดรูป ตามร่างกายและใบหน้ามีแผลฟกช้ำหลายแห่ง หลังเด็กหยอกล้อกันจนทําให้น้องชายผู้ก่อเหตุุปากแตก
ล่าสุดทางโรงเรียนมุสลิมสันติธรรมมูลนิธิ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่เป็นกระแสข่าวนักเรียนถูกทําร้ายร่างกายในโรงเรียนเมื่อวันที่ 4 พ.ย.นั้น ทางโรงเรียนต้องขอโทษและเสียใจที่เกิดเหตุสุดวิสัยในครั้งนี้ ซึ่งทางโรงเรียนได้ตรวจสอบและประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ขอชี้แจง ดังนี้
นักเรียนชั้น ม.2 ได้ทําการหยอกล้อกันจนทําให้เพื่อนได้รับบาดเจ็บปากแตก และทางโรงเรียนได้ทําการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เรียบร้อยแล้ว
งานวินัยนักเรียนได้ดําเนินการไกล่เกลี่ยนักเรียนคู่กรณีเป็นการเรียบร้อยแล้ว นักเรียนได้ให้อภัยกันแล้ว และทางงานวินัยได้ประสานให้ผู้ปกครองของนักเรียนได้รับทราบแล้ว
หลังจากนั้นนักเรียนที่โดนกลั่นแกล้งได้โทรศัพท์แจ้งให้พี่ชายมารับกลับบ้าน ในขณะที่พี่ชายเข้ามารับนักเรียน ยามที่รักษาความปลอดภัยได้สอบถามว่า เข้ามาทำธุระอะไร พี่ชายบอกว่าขออนุญาตมารับน้องกลับบ้าน ประกอบกับก่อนหน้านี้พี่ชายคนนี้ได้นําน้องชายมาสอบแก้ตัวที่โรงเรียนระยะหนึ่งแล้ว จึงไม่เป็นที่สงสัยของทางโรงเรียน
เมื่อพี่ชายเข้ามารับน้องในโรงเรียนแล้ว จึงให้น้องไปชี้ตัวเพื่อนที่กลั่นแกล้งที่ห้องเรียน หลังจากนั้นพี่ชายได้ลงมือทําร้ายร่างกายนักเรียนตามข่าว ในช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่นักเรียนต้องทําการเปลี่ยนห้องเรียนจากห้องเรียนภาคศาสนา ไปห้องเรียนภาคสามัญ จึงทําให้ไม่มีครูอยู่ในห้องเรียน
หลังเกิดเหตุการณ์มีผู้ใหญ่บ้านและหน่วยรักษาความปลอดภัยในชุมชนได้เข้ามาดูแลความเรียบร้อย และได้พูดคุยกับผู้ปกครองของนักเรียนที่ถูกทําร้ายและผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุ ได้ความว่า พ่อซึ่งเป็นผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีสัญชาติเมียนมายังไม่ได้มอบอํานาจให้พี่ชายมาดําเนินการ แต่พี่ชายได้เข้ามาก่อการอย่างอุกอาจในโรงเรียน โดยที่พ่อไม่รับทราบ
ในขณะเดียวกันได้มีร้อยเวรเข้ามาบันทึกเหตุการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางฝ่ายพี่ชายผู้ก่อเหตุได้ปล่อยข่าวว่าน้องชายโดนเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้งเป็นประจํา ประกอบกับน้องชายเป็นโรคประจําตัว คือโรคหอบหืด และโลหิตจางและเลือดน้อย และปล่อยข่าวว่าเคยโดนเพื่อนคนเดิมกลั่นแกล้งจนหมดสติ โดยที่ไม่ได้รับการดูแลจากทางโรงเรียน
ทางโรงเรียนได้ตรวจสอบเรื่องนี้ไปยังงานวินัยนักเรียนและงานพยาบาล งานวินัยนักเรียนให้ข้อมูลว่า ไม่เคยได้รับเรื่องว่านักเรียนคนนี้ถูกกลั่นแกล้งเป็นประจํา และครูแจ้งว่าไม่เคยพบว่านักเรียนคนนี้มีโรคประจําตัว อีกทั้งผู้ปกครองยังไม่เคยแจ้งว่าลูกมีโรคประจําตัว
ตอนนี้ผู้ปกครองของนักเรียนที่ถูกทําร้ายร่างกายไปแจ้งความดําเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางโรงเรียนได้แจ้งความดําเนินคดีกับผู้ก่อเหตุครั้งนี้ด้วย ทางโรงเรียนขอยืนยันว่าจะดําเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในครั้งนี้อย่างถึงที่สุด
ในระหว่างที่ร่างแถลงการณ์นี้ทางโรงเรียนได้รับข่าวว่าตํารวจได้จับกุมผู้ร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว ทางโรงเรียนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตํารวจที่จับกุมผู้ร้ายได้อย่างรวดเร็ว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ ทางโรงเรียนขอชี้แจงว่า ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความปลอดภัยของนักเรียน ทางโรงเรียนขอชี้แจงว่าโรงเรียนมีมาตรการในรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อทําให้โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยของนักเรียนทุกคน โดยมีมาตรการ ดังนี้
โรงเรียนมีนโยบายสันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรงมาแก้ปัญหาในสถานศึกษา ทางเข้า-ออกของโรงเรียนมี 2 ทาง คือประตูหน้าและประตูหลัง โรงเรียนเปิดใช้ประตูทั้ง 2 ประตูเฉพาะเวลาเช้าและเวลาเย็น ส่วนในเวลาเรียนตั้งแต่ 08.00 น.- 16.00 น. โรงเรียน ปิดประตูเข้าออกทั้งสองทาง และจะเปิดประตูหน้าให้ผู้มาติดต่อกับทางโรงเรียนโดยมี
เจ้าหน้าที่ยามรักษาความปลอดภัยคอยตรวจสอบตลอดระยะเวลาทําการ ทางโรงเรียนได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องเรียนเกือบทุกอาคารเรียน และปีการศึกษาหน้าจะติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครบทุกห้องเรียน นอกจากนั้นทางโรงเรียนได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดใน จุดเสี่ยงทั่วบริเวณโรงเรียน
โรงเรียนมีรั้วกําแพงที่มั่นคงรอบโรงเรียน ทางโรงเรียนขอแจ้งว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้แล้วทางโรงเรียนขอน้อมรับทุกคําแนะนํามาปรับปรุงเพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักเรียนให้มากยิ่งขึ้น และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองได้เชื่อมั่นว่า ทางโรงเรียนจะดูแลบุตรหลานของท่านอย่างดี ดังนี้
ทางโรงเรียนจะเยียวยาจิตใจของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทั้งสองคน ขณะนี้ทางผู้บริหาร โรงเรียนได้ส่งตัวแทนไปเยี่ยมนักเรียนที่รับการรักษาตัวที่พยาบาล และให้กําลังใจผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจและเกิดความเชื่อมั่นต่อทางโรงเรียน ทางโรงเรียนจะแจ้งความเพื่อ ดําเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในครั้งนี้อย่างถึงที่สุด



