ข่าว

"บอสพอล" เรียกตัวทนาย พบด่วน มีข้อสั่งการเพิ่ม

"บอสพอล" เรียกตัวทนาย พบด่วน มีข้อสั่งการเพิ่ม

25 ต.ค. 2567

"บอสพอล" เรียกตัว ทนาย พบด่วน เพิ่มข้อสั่งการ หลังสั่งเช็กบิลนักรีดเงิน - แจ้งความพยานเท็จ ส่วน ทนายตั้มโพสต์ ท้าเอาคลิปเสียงมาเปิด เป็นแค่เทคนิค แก้เกม

25 ต.ค. 2567 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ดิไอคอน กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดี เดินทางเข้าพบ บอสพอล หลังจากได้รับการประสานจาก ทนายความของ นายกลด เศรษฐนันท์ หรือ บอสปีเตอร์ ว่า บอสพอล ต้องการพบด่วน ทำให้ตนเองรีบมา เบื้องต้นยังไม่ทราบว่า ต้องการพบด่วนเรื่องอะไร แต่คาดว่าจะเป็นเรื่องของคดี ซึ่งมองว่าไม่เกี่ยวข้องกับที่ตำรวจสอบสวนกลางเข้ามาสอบปากคำผู้ต้องหาในคดี เพราะถ้าสอบสวน บอสพอล ก็จะต้องแจ้งมาทางตน

ส่วนการแจ้งความออร์เดอร์ 2 คือ การดำเนินคดี กับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และพยานเท็จ ที่อ้างเรื่องเปลี่ยนสกุลเงินคริปโต ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารการมอบอำนาจแจ้งความดำเนินคดีจากบอสพอล คาดว่าภายในเดือนนี้ จะสามารถแจ้งความนายเอกภพ และพยานได้ โดยจะแจ้งความนายเอกภพ ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนพยานเท็จแจ้งข้อหาหมิ่นประมาท 

 

ทั้งนี้ตนทราบมาว่า วันที่นายเอกภพ นำข้อมูลและพยานมา แถลงข่าวหน้ากองปราบนั้น ไม่มีการเข้าไปพบหรือให้ข้อมูลกับตำรวจสอบสวนกลาง โดยอ้างว่าพยานเท็จเป็นบุคคลใกล้ชิดมีการจ่ายเงินคริปโตเอาไปให้เทวดา ตนมองว่า ประเด็นนี้ทำไมต้องกุเรื่องขึ้นมาสร้างประเด็นพาดพิงไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและทำให้คดีฉ้อโกงประชาชนกลายเป็นองค์กรอาชญากรรม มีการจ่ายสินบนให้หน่วยงานรัฐ ผมมองว่าแบบนี้มันไม่แฟร์กับ ดิไอคอน กรุ๊ป

ทนายบอสพอล

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกี่ออเดอร์ ที่ต้องจัดการ ทนายบอสพอล ระบุว่า มี 4 ออเดอร์ ซึ่งออเดอร์ที่ 1 ที่แจ้งความดำเนินคดีนักร้องสาว ข้อหากรรโชกทรัพย์ และเร็วๆนี้ จะนำหลักฐานเพิ่มเติมไปให้กับตำรวจ ส่วน ออเดอร์ที่ 2 และ 3 ยังอยู่การรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพราะไม่อยากแพ้คดี ส่วนออเดอร์ที่ 4 เป็นประเด็นในการต่อสู้คดี ที่ผมต้องดำเนินการให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม

 

เมื่อถามว่า ทาง บอสพอล จะดำเนินคดีกับ นักการเมือง ส. หรือไม่ ทนายวิฑูรย์ บอกว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับคำสั่ง หรือพูดถึงดำเนินคดีกับบุคคลท่านนี้ ตอนนี้ขอทำ 4 ออเดอร์ก่อน

 

ส่วนประเด็นที่ทนายตั้ม ออกมาโพสต์ว่า ไม่มีเบอร์ของ บอสพอล และ บอสพอล เป็นคนโทรหาทนายตั้มเอง เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2567 นั้น ทนายวิฑูรย์ ยืนยันว่ามีหลักฐานรายละเอียดมากกว่าที่ ทนายตั้ม ออกมาโพสต์ แต่ ตนเองก็มองว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับทนายตั้ม ที่ออกมาบอกว่าเงิน 7 - 7.5 ล้าน เป็นเงินคืนให้กับผู้เสียหาย ก็ต้องดูว่า เป็นผู้เสียหายจริงหรือไม่ และเรียกเงินเพื่อคืนตามจำนวนความเสียหายหรือไม่

 

เพราะถ้าจริงก็ต้องแฟร์ กับทนายตั้ม ซึ่งเชื่อว่า หากตำรวจดำเนินการตรวจสอบในทางลับแล้ว  รวมถึงยอดความเสียหายตรงตามที่ทนายตั้มเรียกหรือไม่ หากไม่ครบ ส่วนต่างเข้าไปที่ทนายตั้มหรือไม่ ประเด็นนี้ก็ต้องตรวจสอบด้วย

 

เมื่อถามว่า หากสิ่งที่ ทนายตั้ม พูดเป็นเรื่องจริง กังวลจะถูกฟ้องกลับหรือไม่ ทนายวิฑูรย์ กล่าวว่า ผม บอกแค่ว่า มีคลิปเสียงอย่างที่ทางนั้นเรียก แต่ก็ต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงหลักฐานอย่างอื่นด้วย ซึ่งตนไม่ได้กล่าวหา ข่มขู่อะไรขนาดนั้น แต่ต้องดูว่าการเรียกเงินนั้นเพื่อใคร ผู้เสียหายหรือตนเอง ที่ผ่านมา ตนไม่ได้เอ่ยชื่อทนายตั้มเลย แต่ทางนั้นเป็นคนโพสต์ออกมาเอง

 

ส่วนที่ทนายตั้ม ออกมาโพสต์ ท้าให้ตน เอาคลิปเสียงมาเปิด มองว่า ตนเองเอาไปให้ตำรวจดีกว่า เพราะเป็นเทคนิคของแต่ละคน ที่จะแก้เกม ย้ำอีกครั้ง จะเอาไปให้ตำรวจ

 

ส่วนการประกันตัว บอสพอล ที่มีข่าวว่าครอบครัวต้องการให้เร่งดำเนินการนั้น ไม่มีข้อมูลดังกล่าวแต่ต้องกลับไปคุยกับ บอสพอล ว่า แนวทางการประกันตัวจะยังเหมือนเดิมหรือไม่ ยืนยันยังไม่มายื่น เพราะยื่นไปก็ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในเวลานี้

 

ส่วนเรื่องที่กรมสอบสวนพิเศษ รับคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติของคดีฉ้อโกงอยู่แล้วเพียงแต่ว่าหน่วยงานไหนจะรับทำ

 

ส่วนที่ทนายความของ บอสมิน พีชญา โพสต์ว่า “คิวต่อไป ทนายคนดัง ทนายหิวแสง สื่อบางช่อง ปั่นกระแสแกล้งให้ต้องรับโทษอาญา คุกรออยู่” ประเด็นนี้ตนยังไม่รู้เรื่อง หลังจากนี้จะต้องโทรไปถามถึงสาเหตุ ในการโพสต์ดังกล่าวว่า ทำไมถึงโพสต์แบบนั้นหรือว่า เล็งเห็นอะไรบางอย่าง