
ผู้เสียหาย โผล่ต่อเนื่อง หลอกลงทุน กับ บริษัทธุรกิจออนไลน์ สูญเงินนับล้าน
ผู้เสียหาย โผล่ต่อเนื่อง หลอกลงทุน กับ บริษัทธุรกิจออนไลน์ สูญเงินต่อเนื่อง บางรายถึงขั้นเป็นซึมเศร้า คิดสั้น เสียหายนับล้าน
(10 ต.ค. 2567) เวลา 09:30 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นายรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริสินชัย รองประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมทนายได้พาผู้ที่ได้รับผลกระทบบางส่วนจากการถูกหลอกให้ลงทุนในลักษณะตัวแทนจำหน่าย ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ กับ บริษัทธุรกิจออนไลน์ ชื่อดัง เข้าพบ ตำรวจ ปคบ. เพื่อให้ข้อมูลในประเด็นที่เสียหาย
ผู้เสียหาย เล่าว่าเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงหลังสถานการณ์โควิด ตนเห็นโฆษณาในเฟซบุ๊ก และรายการทีวีต่างๆ ว่า มีคอร์สสอนขายออนไลน์ฟรี หรือหากสนใจก็สามารถเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทได้ จึงสนใจลงสมัครเรียน โดยวันแรกและวันที่สองของการเรียนนั้นมีการสอนจริง แต่วันที่สามจะมีแม่ทีมมาเชิญชวนทำธุรกิจ โดยอ้างว่าไม่ต้องสต๊อกสินค้า มีระบบการขายให้ ตนจึงสนใจและจ่ายเงินสมัครครั้งแรก 2,500 บาท โดยได้สินค้าในเครือมาใช้ในชีวิตประจำวัน และมีแพลตฟอร์มบริษัทที่สามารถขายสินค้าได้
จากนั้นก็มีโค้ชนัดเข้ามาเรียนทั้งที่โรงเรียน และผ่านระบบ zoom โดยจะมีแม่ทีมคอยประกบให้คำปรึกษาและเชิญชวนให้สมัครคอร์สที่ราคาสูงขึ้นเป็น 25,000 บาท ซึ่งอ้างว่าเป็นการเปิดดีลเลอร์รายใหญ่ที่จะทำให้ได้รับส่วนแบ่งการขายได้จากหลายทางมากขึ้น และแนะนำให้หาลูกทีมเพิ่มเพื่อกระจายสินค้า
นอกจากนี้ ยังมีการเชิญชวนให้ไปร่วมงานสัมนาที่จัดขึ้นทุกเดือน โดยต้องเสียค่าบัตรร่วมงานรายละ 1,500 บาท ซึ่งจะมี ดารานักแสดง ชื่อดังขึ้นมาสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สมัคร หลังจากการเข้าร่วมงานสัมนาแล้ว ก็จะมีการเรียกผู้สมัครเข้ามาพบแม่ทีมใหญ่เพื่อพูดคุยสอบถามข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ ซึ่งก็จะมีการพูดให้กำลังใจ ปลุกใจในลักษณะต่างๆ พร้อมอ้างว่าจะได้เงินผลกำไรคืนสูง มีสิทธิ์ไปเที่ยวเกาหลีฟรีหากลงสมัครคอร์สในราคา 250,000 บาท ตนจึงตัดสินใจเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตและมาสมัครเข้าคอร์สเป็นจำนวน 200,000 กว่าบาท
ทั้งนี้ ตนไม่ทราบมาก่อนว่าต้องเสียค่ายิงแอดโฆษณาขายสินค้า และหาลูกทีมเพิ่มเอง รวมทั้งมีการที่แม่ทีมไปออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ ซึ่งจะมีรายชื่อผู้ที่สนใจจะลงทุนให้ซื้อเพิ่มมาเป็นลูกทีมอีกรายชื่อละ 500 -1,000 บาท ซึ่งถ้าหาลูกทีมมาลงทุนได้ 5 คน คนละ 250,000 บาท ตนก็จะได้เงินเปอร์เซ็นเพิ่มขึ้นแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า เช่น ครีมบำรุง ก็จะได้กำไรประมาณ 400 บาทต่อกระปุก
สำหรับในส่วนของผู้บริหารตามที่มีกระแสข่าวว่ามีดาราชื่อดังเป็นผู้บริหารด้วยนั้น เท่าที่ตนทราบจะมีการแนะนำในงานต่างๆ 3 คน แต่ตนไม่ทราบว่ามีอำนาจในการบริหารด้วยหรือไม่
ขณะที่ มีผู้เสียหายบางรายที่เดินทางมาในวันนี้เครียดจากการตัดสินใจลงทุนจนป่วยเป็นซึมเศร้า เกือบคิดสั้น เพราะเป็นหนี้จากการกู้ยืมมาลงทุนแล้วขายสินค้าไม่ได้ อีกทั้งยังมีบางรายที่เสียหายจากการลงทุนไปกว่า 2 ล้านบาทด้วย
ด้าน นายรภัสสิทธิ์ กล่าวว่าในส่วนของผู้เสียหายในกลุ่มไลน์ของมูลนิธิฯ ขณะนี้มีประมาณ 500 คน โดยได้รับการร้องเรียนมาตั้งแต่ เดือน มิ.ย. ตนจึงแนะนำให้ผู้เสียหายรวบรวมข้อมูลไว้ก่อน แต่มีผู้เดินทางมาวันนี้เพียงจำนวนหนึ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายบางส่วนไปขอความช่วยเหลือจากคนกลุ่มหนึ่งซึ่งไปทำข้อตกลงกับบริษัทฯ เซ็นสัญญาปิดปาก จึงไม่กล้าออกมาร้องเรียน
แต่ได้เห็นคำสั่งของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ โดยให้ บก.ปคบ. เป็นเจ้าภาพ จึงได้พาผู้เสียหายมาเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



