
กลุ่มลูกค้า รุมกระทืบช่าง โมโหไม่ติดตั้งทีวีให้ หวั่นอิทธิพลในพื้นที่
2 สามีภรรยา ร้องสื่อ ถูกกลุ่มลูกค้า 10 กว่าคน รุมกระทืบ ไม่พอใจติดทีวีให้ไม่ได้ ตู้ทำมาจากชานอ้อย หวั่นผู้มีอิทธิพล ท้างัดกล้องวงจรปิดในบ้านเปิดโชว์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง รับแจ้งจากนายไมตรี มณีจันทร์ อายุ 44 ปี และภรรยา นางธราวัลย์ พิพัฒน์สัจกร อายุ 44 ปี มีอาชีพรับติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ร้องเรียนถูกกลุ่มลูกค้ารุมทำร้าย หลังไม่สามารถติดตั้งโทรทัศน์ให้ได้
โดยเล่าว่า 16 ก.ย. เวลา 15.30 น. ตนและภรรยาได้เข้าไปติดตั้งโทรทัศน์ให้ลูกค้าขนาด 55 นิ้ว ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง บริเวณลานเบียร์หลังร้านใน ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เมื่อถึงหน้างานได้เข้าไปตรวจเช็คดู พบว่า ตู้โชว์ที่ลูกค้าให้ติดตั้งทำมาจากชานอ้อย ซึ่งไม่แข็งแรงไม่สามารถติดได้ หากยืนยันจะให้ตนติดตั้ง ต้องเซ็นหนังสือยอมรับและรับผิดชอบความเสียหายเอง ในกรณีหากโทรทัศน์ล่วงหล่น ซึ่งเป็นมาตรฐานของบริษัท ซึ่งลูกค้าที่เป็นผู้ชายดูจะเข้าใจ
ขณะที่ภรรยาของตนก็โทรหา callcenter แจ้งเหตุผลว่า ทำไมถึงไม่สามารถติดได้ ขณะนั้นอยู่ภายในห้องกับลูกค้าชาย แต่ลูกค้าผู้หญิงเข้ามาทีหลัง ตนเดินออกมาจากห้องมาอธิบาย แต่เขาไม่เข้าใจ บอกว่า หากติดไม่ได้ให้เอาเงินคืนมา ซึ่งตนก็อธิบายว่า ตนเป็น outsource มีหน้าที่แค่มาติดตั้ง หากต้องการคืนเงินต้องแจ้งที่ callcenter
แต่ภรรยาลูกค้าก็ไม่รับฟังและต่อว่าตนด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ตนจึงนำโทรศัพท์มาบันทึกเสียงไว้ ซึ่งลูกค้าไม่ทราบ เนื่องจากเวลาลูกค้าร้องเรียนจะได้มีคลิปเสียงยืนยันกลับบริษัทได้ว่า เราไม่ได้หยาบคายหรือใส่อารมณ์กับลูกค้า
พอลูกค้าผู้หญิงเริ่มเสียงดัง ลูกน้องเขาก็เดินเข้าและลูกค้าผู้หญิงพยักหน้า ลูกน้องเขาเป็นชายสูงใหญ่ก็ชกมาที่หน้าของตน ตนก็สู้เพื่อปกป้องตัวเอง จากนั้นเขาก็ผลักตนออกมาด้านนอกชายคา ตรงนั้นเป็นโต๊ะสนุ๊กเกอร์ และเข้ามารุมทำร้ายประมาณ 10 กว่าคน
นางธราวัลย์ ภรรยาของช่างติดตั้ง เล่าว่า ตนเองได้ถามพวกลูกค้าว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ ลูกค้าผู้ชายก็บอกให้ตนหยุดพูด ซึ่งในขณะนั้นตนก็ยังคาสายกับ Callcenter อยู่ เหตุการณ์ในขณะนั้นคนของลูกค้าเขาเยอะมาก ตนจึงไม่กล้าเอามือถือมาถ่ายรูปสามีไว้เลย เพราะกลัวเขาจะเข้ามาทำร้าย
หลังเกิดเหตุสามีต้องขับรถมาแจ้งความกับตำรวจ พอมาถึงตำรวจ เห็นเลือดไหลออกมาจากบาดแผลแบบนั้น จึงประสานกู้ภัยมาปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำตัวส่งโรงพยาบาลนิคมพัฒนาทันที
นางธราวัลย์ เล่าต่อว่า 17 ก.ย. ตนเข้าไปชี้สถานที่เกิดเหตุกับชุดสืบสภ.นิคมพัฒนา ตำรวจยังบอกว่า เขาเป็นเจ้าของตลาด กล้องที่บ้านเขามี เขาก็คงไม่ให้หรอก ตนก็กลัวว่า คดีตนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะพนักงานสอบสวนนัดตนมาให้ปากคำวันที่ 19 ก.ย. แต่ทำไมคู่กรณีถึงรู้ว่า ตนให้ปากคำกับชุดสืบว่าอย่างไรบ้างและชุดสืบสวนให้ตนดูรูปและชี้ว่าใช่กลุ่มคนพวกนี้ที่ทำร้ายหรือไม่
ตนก็ยืนยันว่า ใช่ ทางตำรวจเขามีข้อมูลมีหลักฐานอยู่ในบัญชีหมดเลย และหลายคนก็เล่าว่า ที่นั้นเกิดเหตุแบบนี้บ่อยครั้ง ตนและสามีจึงขอร้องสื่อให้ช่วยความเป็นธรรมเพราะกลัวอิทธิพลมาก
ฝากถึงลูกค้าหากคิดว่า ตนพูดไม่จริงก็ขอให้เอาวงจรปิดมาให้ตำรวจได้เลย มาเปรียบเทียบกับรอยบาดแผลทั้งรอยฟกช้ำ ปากแตก ที่สำคัญดวงตาน่าห่วงตอนนี้มองเห็นเป็นภาพเบลอ ภาพซ้อน ไม่สามารถเดินได้เอง ทำงานก็ไม่ได้ ยังมีอาการปวดตาปวดหัวอยู่ ซึ่งหมอเองก็ประเมินไม่ได้ว่า จะดีขึ้นเมื่อไหร่ ต้องดูอาการก่อนในช่วงนี้ ซึ่งตนกลัวว่าตาจะมีปัญหาในระยะยาว
นอกจากนี้ 2 สามีภรรยาช่างติดตั้งไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอนิคมพัฒนา เพื่อขอความเป็นธรรมอีกด้วย
ขณะที่ผู้สื่อข่าวติดต่อขอสัมภาษณ์ทางฝั่งลูกค้าแล้วได้อธิบายให้ฟังเท่านั้น แต่ไม่ให้นำข้อมูลมานำเสนอเด็ดขาด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ตนได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่แล้ว ขณะนี้รอรายงานเข้ามาหากได้ข้อมูลว่า มีใครบ้างที่ผู้เสียหายกล่าวถึง ก็จะออกหมายเรียก เชิญตัวมาให้ปากคำ ท้ายนี้ตำรวจขอยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฏหมาย ใครจะเอาตำรวจไปอ้างอย่างไร ก็ปล่อยเขา หากใครทำผิดก็ต้องรับโทษทางกฏหมาย



