ข่าว

สลด! คนงานทาสีอาคาร ถูกไฟช็อตดับ บริษัท ปัดรับผิดชอบ ขู่คนงานห้ามบอกชื่อ

สลด! คนงานทาสีอาคาร ถูกไฟช็อตดับ บริษัท ปัดรับผิดชอบ ขู่คนงานห้ามบอกชื่อ

18 ส.ค. 2567

ดับสลด! หนุ่มใหญ่วัย 41 ปี คนงานทาสีอาคาร ถูกไฟช็อตเสียชีวิต ระหว่างทำงาน “ญาติ” ร้องสื่อ บริษัทต้นสังกัด ปัดรับผิดชอบ แถมข่มขู่เพื่อนร่วมงาน ห้ามเปิดเผยชื่อบริษัท

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง กทม. ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต ภายในซอยงามวงศ์วาน 43 แยก 2/21 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ 

 

ตำรวจชุดสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู เข้าตรวจที่เกิดเหตุ บริเวณหน้างาน อยู่ข้างตึกอาคาร 2 ชั้น พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายประเสริฐ ปรีศิริ อายุ 41 ปี เป็นคนงานช่างทาสีอาคาร ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ นอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพศพบริเวณในหน้า ลำคอ และแขน มีลักษณะเป็นรอยคล้ำ-ดำ จากการถูกไฟฟ้าช็อต    

 

สอบถาม ( นาย เอ ) นามสมมุติ พนักงานที่ทำงานด้วยกันทราบว่า ตนเองและผู้ตายเป็นช่างทาสีของบริษัทแห่งหนึ่งร่วมงานกันมาหลายปี  ก่อนเกิดเหตุ นายประเสร็จ ( ผู้ตาย ) อยู่ระหว่างทาที แล้วได้ยินผู้ตายร้องโอ้ย ก่อนพบว่าเสียชีวิต  และตนไม่กล้าบอกชื่อบริษัท เพราะกลัวผู้มีอิทธิพลข่มขู่ ตนเลยไม่กล้าพูดอะไรมาก 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง และ แพทย์จากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ลงความเห็นสรุปสาเหตุการตายว่า เกิดจากการถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต  

 

ส่วน นางแดง ( พี่สาวผู้ตาย ) ได้มาเรียกร้องผ่านสื่อ เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย ว่า ตั้งแต่หลังจากที่น้องชาติเสียชีวิตจากการปฏิบัติงาน ทางบริษัทไม่ยอมออกมารับผิดชอบ หรือเยียวยาอะไรเลย โทรติดต่อไปเจ้าของบริษัทก็บ่ายเบี่ยงปฏิเสธความรับผิดชอบ  แถมบอกว่าไม่เกี่ยวอะไรกับบริษัท จะให้รับผิดชอบอะไร ทั้งที่น้องชายตนเองได้ทำงานอยู่กับบริษัทนายจ้างคนนี้มา 3-4 ปี  ค่าแรงวันละ 600 นายจ้างชอบสั่งงานให้น้องชาย ขึ้นไปโรยตัวบนเชือกเพื่อทาสี ด้านนอกตึกสูงๆ เสี่ยงตายขึ้นไปทาสีนอกตึกสูงบ่อยครั้ง จนครั้งล่าสุด น้องชายถูกไฟช็อตเสียชีวิต 

 

นางแดง กล่าวอีกว่า เจ้าของบริษัทยังมาบอกอีกว่า สาเหตุที่น้องชายถูกไฟช็อตตายเพราะดื่มเหล้า ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ใช่เลย น้องชายเป็นคนมีระเบียบวินัยมากเพราะต้องเป็นเสาหลัก ส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน มีลูกวัย 8 ขวบต้องดูแล ไม่ดื่มเหล้าเวลาทำงานแน่ ไม่ประมาทแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ทำงานอยู่ที่บริษัทนี้นาน 3-4 ปี ตนเองจึงมองว่าเจ้าของบริษัทหาข้ออ้างเพราะไม่อยากรับผิดชอบหรือไม่

 

นอกจากนี้ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่  ว่ามีผู้มีอิทธิพลข่มขู่ สั่งห้ามคนไหนไปบอกข้อมูลรายละเอียดการเสียชีวิตของน้องชาย หรือข้อมูลบริษัท จึงไม่มีใครกล้าพูดอะไร  และที่เศร้าไปกว่านั้น น้องชายที่เสียชีวิต มีลูกเพียงวัน 8 ขวบ แถมกำพร้าแม่ และจะยังมากำพร้าพ่ออีก ที่ผ่านมาชีวิตก็ลำบาก อดมื้อ กินมื้ออยู่แล้ว ไม่รู้จะใช้ชีวิตต่อไปยังไง