
สาวพร ไหว้ขอโทษคู่กรณี ชนแล้วหนี ชี้แจง ตกใจกลัว ไม่มีใบขับขี่
สาวพร สำนึกผิด ไหว้ขอโทษคู่กรณี ชนแล้วหนี เผย ตกใจกลัว เพราะไม่มีใบขับขี่ - พ.ร.บ.ขาด 3 ปี เบื้องต้นตำรวจ ดำเนินคดี 3 ข้อหา
30 ก.ค. 2567 จากกรณีมีการเผยแพร่คลิป มีผู้หญิง 2 คน มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่ผู้หญิงสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน จะกระโดดเกาะหน้ารถเก๋ง จากนั้นคนขับรถเก๋ง ซึ่งเป็นผู้หญิง ได้ขับรถลากคู่กรณีไปในลักษณะที่ยังเกาะหน้ารถอยู่ เหตุเกิดบริเวณแยกวชิระ ถึงสะพานกรุงธน เมื่อ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- เปิดใจหญิงใจเด็ด กระโดดเกาะฝากระโปรงรถคู่กรณี ชนแล้วหนี
- เปิดคลิประทึก ลากหญิงเกาะหน้ารถ เหตุชนแล้วหนี
ล่าสุด สน.ดุสิต ได้นัดหมายคู่กรณีทั้ง 2 มาสอบปากคำ นานกว่า 3 ชั่วโมง โดยน.ส.พร อายุ 38 ปี คนขับรถเก๋ง ได้ชี้แจงว่า เกิดเหตุการณ์เฉี่ยวชนกันบริเวณหน้าโรงพยาบาลราชวิถี ตนไม่รู้เรื่อง และมารู้อีกทีตอนคุณเปิ้ลตะโกนบอก ซึ่งตนพยายามโบกมือให้คู่กรณีชิดซ้ายเพื่อจอดมาพูดคุยกัน
แต่ขณะนั้นตนคิดได้ว่าไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และกังวลว่าถ้าหากลงไปพูดคุยจะเกิดอันตราย ทำให้เลือกที่จะขับรถไปต่อถึงแม้คู่กรณีจะกระโดดเกาะฝากระโปรงหน้ารถก็ตาม ระหว่างทางที่ขับรถวันนั้นยอมรับว่าเกิดอาการกลัวเป็นอย่างมาก เพราะตนไม่ใช่คนในพื้นที่
หลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไป เช้าวันรุ่งขึ้น ตนก็ตั้งใจจะมาพบตำรวจ แต่ขณะนั้นมีญาติโทรมาสอบถามตนว่า ได้เตรียมเงินมาใช้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้เตรียมเงินมาจึงได้ขับรถกลับไปที่กาญจนบุรี และตนยืนยันว่าไม่เคยเสพสารเสพติด และวันเกิดเหตุตนไม่ได้การมึนเมาสุราแต่อย่างใด
สำหรับวันนี้ทันทีที่ตนได้เจอกับคู่กรณี ก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษ แต่เข้าใจว่าคู่กรณีน่าจะอยู่ในอารมณ์โกรธอยู่ จึงไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันมาก อยากจะขอโทษคู่กรณี และขอโทษสังคมกับสิ่งที่ตนทำไป
ด้าน นายเต้ อายุ 26 ปี เจ้าของรถเก๋ง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นางสาวพรได้มาขอยืมรถไปใช้ตามปกติ เหมือนที่เคยยืมไปใช้อยู่บ่อยครั้ง โดยนางสาวพรบอกว่าครั้งนี้จะมายืมรถไปสมัครงาน และหาเพื่อนที่กรุงเทพฯ ซึ่งตนไม่ได้เอะใจอะไร แต่ทันทีที่นางสาวพรขับรถกลับมาถึงบ้าน ตนก็รู้สึกตกใจว่าทำไมรถของตนถึงเกิดความเสียหาย จึงได้มีการสอบถามพูดคุยกัน ซึ่งตนก็เข้าใจนางสาวพร เพราะโดยปกติแล้วนางสาวพรเป็นคนขี้กลัว และขี้ตกใจเป็นอย่างมาก
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าตนหนีไฟแนนซ์นั้น นายเต้ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่รถยนต์ของตนไม่ได้ต่อ พ.ร.บ. มานานกว่า 3 ปี ตนก็ยอมรับในเรื่องนี้ พร้อมกับอ้างว่าไม่ค่อยมีเวลา และไม่ค่อยใช้รถยนต์ จึงทำให้ไม่ทราบว่า พ.ร.บ. หมดอายุนานแล้ว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้มีการแจ้ง 3 ข้อกล่าวหา คือ ชนแล้วหนี, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น, และข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งผู้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนจะให้ประกันตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง หลังจากนี้จะนัดวันให้ผู้ต้องหามาพบเพื่อส่งฟ้องศาลฯ ต่อไป ส่วนคดีจราจรนั้นได้ปรับเป็นพินัยไปแล้ว



