
"กองสรรพาวุธ" แจง เสื้อเกราะกันกระสุนได้มาตรฐานสากล
"กองสรรพาวุธ" แจง!ไม่มีเสื้อเกราะที่ใช้แผ่นไม้เป็นวัสดุ ยัน!จัดซื้อโปร่งใส ได้มาตรฐานสากล มีประกันทุกตัว
21 ก.ค. 2567 จากกรณีเพจดังได้มีการโพสต์ภาพข้อความเกี่ยวกับ "เสื้อเกราะตำรวจ" โดยมีการตั้งข้อสังเกตุว่า ว่าเสื้อเกราะดังกล่าว ทำจากไม้อัดอาจจะไม่สามารถกันกระสุนได้จริง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล
ต่อมากองสรรพาวุธได้ชี้แจ้งกรณีดังกล่าว ระบุว่า ตามที่มีปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์ กรณีโพสต์ข้อความ รูปภาพ วัสดุภายในเสื้อเกราะและมีตราสัญลักษณ์คล้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีลักษณะคล้ายไม้ และตำหนิว่าวัสดุไม่มีประสิทธิภาพ นั้น กองสรรพาวุธขอชี้แจง ดังนี้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เคยมีการจัดซื้อเสื้อเกราะหรือแผ่นเกราะป้องกันกระสุน ที่ใช้แผ่นไม้เป็นวัสดุป้องกันกระสุนแต่อย่างใด ขั้นตอนการจัดซื้อ การตรวจรับ โปร่งใส ตรวจสอบได้และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีการทดสอบตามมาตรฐานสากล NU (National Institute of Juctice) และมีการรับประกันเสื้อเกราะ
ทุกตัว
หากมีผู้สวมใส่ปฏิบัติหน้าที่แล้วได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากกระสุนที่ทะลุผ่านแผ่นเกราะ อย่างไรก็ตามหากมีข้าราชการตำรวจ หรือหน่วยงานใดตรวจพบเสื้อเกราะที่มีลักษณะดังกล่าว
หรือมีความสงสัยไม่มั่นใจในคุณภาพ สามารถนำมาทำการตรวจทดสอบได้ที่ กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน ลงชื่อ พลตำรวจตรี นิรันดร ศิริสังข์ไทย ผู้บังคับการสรรพาวุธ
นอกจากนี้ทางสภ.สว่างแดนดิน ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวเช่นกัน
โดยมีใจความสำคัญระบุว่า
ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวคือ สิบตำรวจเอก ชัชชนม์ ศรีเพชร ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ป้องกันปราบปราม และทางต้นสังกัดได้มีการว่ากล่่าวตักเตือน แต่ไม่ได้มีการลงโทษร้ายแรง
สิบตำรวจเอกจึงได้โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจ้งกรณีดังกล่าวระบุ
โดย ระบุว่า "จากกรณีที่ผมได้โพสต์ข้อความ รูปภาพหนึ่ง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาพแผ่นเกราะ และได้มีการแชร์ส่งต่อออกไปเป็นวงกว้าง
ผมอนุญาตใช้พื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับเพื่อน ๆ ในประเด็น ดังต่อไปนี้
1. ข้อความ รูปภาพดังกล่าว ผมได้รับการส่งต่อมาอีกที ไม่ทราบถึงที่มาของรูปภาพ ซึ่งผมไม่ได้รับเบิกจ่ายแผ่นเกราะดังกล่าวจากทางราชการมาและทำการทดลองด้วยตัวเองแต่อย่างใด ซึ่งผมไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างถูกต้อง ชัดเจน เพียงพอ
2. โพสต์ดังกล่าวทำให้เกิดการเข้าใจผิดนั้น ผมไม่มีเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือต่อผู้ใดแต่อย่างใด ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาได้เรียกกระผมเข้าพบเพื่อว่ากล่าวตักเตือนเรียบร้อยแล้ว และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ผมต้องขออภัยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้ที่เข้าใจผิดจากการกระทำของผมเป็นอย่างสูงครับ"