
ไม่เอาไว้! หาก ผอ. โรงเรียนดังผิดจริง ฟันวินัยร้ายแรง ไล่ออกจากราชการ
ไม่เอาไว้ หาก ผอ. โรงเรียนดัง อนาจารนักเรียนจริง ฟันวินัยร้ายแรง ไล่ออกจากราชการเท่านั้น ล่าสุดยังติดต่อ ผอ.ไม่ได้
12 ก.ค. 2567 ความหน้ากรณีที่ นักเรียนหญิงโรงเรียนแห่งหนึ่งใน พื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี 3 คน รวมตัวแจ้งความเอาผิดกับนาย นิติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียน โดยอ้างว่าถูกผู้อำนวยการโรงเรียน ลวนลาม
ล่าสุดวันนี้ (12 ก.ค.2567) ทีมข่าวเดินทางไปที่ สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หลังมีรายงานว่า ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)
ได้สั่งการ ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเข้ามาช่วยราชการที่ สพฐ. เเต่ปรากฎว่า ผู้อำนวยการเดินทางเข้ามารายงานตัวที่ สพฐ. ตั้งแต่ช่วงเที่ยงเมื่อวานนี้ (11 ก.ค.2567) หลังจากที่ ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา
ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากคณะครูและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาต้นสังกัดแล้ว ไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์
โดยขณะนี้ สพฐ. มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าว เข้ามาประจำที่ส่วนราชการของ สพฐ. เพื่อเปิดทางให้คณะกรรมการสืบสวนในพื้นที่ เป็นไปอย่างโปร่งใส เเละ ปรากฏข้อเท็จจริง ป้องกันไม่ให้ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ถูกกล่าวหา เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานบุคคล หลักฐาน และ เพื่อความปลอดภัยนักเรียนผู้ถูกกระทำ เเละบรรดาครูโรงเรียน
.
เลขาธิการ กพฐ. บอกด้วยว่า พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเด็ก เป็นการกระทำที่ขัดต่อนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างร้ายแรง ไม่สามารถยอมรับได้ ขัดต่อนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่โรงเรียนควรจะต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด
ผู้บริหารและครู จึงควรเป็นบุคคลที่ทำให้นักเรียนอยู่ในโรงเรียนแล้วรู้สึกปลอดภัย ไม่ควรมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเด็ดขาด
สพฐ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และหากพบว่ามีมูลความผิดเป็นไปตามข้อกล่าวหาของครูที่มาร้องเรียน หรือ เป็นไปตามข้อกล่าวหาของนักเรียน และผู้ปกครอง บทลงโทษทางวินัย คือการ ปลดออก-ไล่ออก เท่านั้น
โดยคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ลงพื้นที่ สอบพยานแวดล้อม ทั้งสอบครู ผู้ปกครอง ขอเวลาไม่เกิน 7 วัน เพื่อให้ได้ข้อมูลมาประกอบการดำเนินการทางวินัย เพราะต้องให้ความเป็นธรรมครบถ้วน ถ้าพบว่ามีมูลก็จะให้ออกจากราชการไว้ก่อน ขณะเดียวกันก็จะรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคู่กันไป
ส่วนคดีอาญาเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการเอาผิด โดยที่ผ่านมา สพฐ. ได้กำชับมาโดยตลอดว่า ไม่ให้มีเหตุการณ์การล่วงละเมิดนักเรียนเกิดขึ้น ทั้งการออกเป็นนโยบาย ออกเป็นมาตรการ และ ได้มีการประชุมชี้แจง เน้นย้ำผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน ว่าเรื่องเหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้กำชับไปแล้วว่า ต่อไปทุกโรงเรียนทั่วประเทศ ผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ต้องไม่อยู่กับนักเรียนตามลำพัง การดูแลนักเรียนต้องอยู่ในที่เปิดเผย และ ถ้าผู้ปกครองหรือนักเรียนประสบเหตุก็สามารถแจ้งตรงมาที่ สพฐ. เพื่อรีบดำเนินการตรวจสอบทันที
หลังจากที่ ผอ. ออกมาเปิดใจไปเเล้ววันนี้ ตลอดทั้งวันนักข่าวพยามยาม ติดต่อไปที่ ผอ. คนดังกล่าว ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจอีกครั้ง เเละ สอบถามถึงความหนักใจหรือไม่ หากจะต้องถูกพักราชการ หรือ ออกจากราชการ เเต่ปรากฏว่า ผอ.ไม่ยอมรับสาย



