ข่าว

รวบ “โจรพริกป่น” ต้นทุนต่ำ แต่ชีวิตติดหรู หาเงินเลี้ยงเด็กเอ็น

รวบ “โจรพริกป่น” ต้นทุนต่ำ แต่ชีวิตติดหรู หาเงินเลี้ยงเด็กเอ็น

23 มิ.ย. 2567

ตำรวจรวบ “จอมโจรพริกป่น” ต้นทุนต่ำ ชิงทองคำหนัก 3 บาท ชอบใช้ชีวิตติดหรู หวังรวยทางลัด หาเงินเลี้ยงเด็กเอ็น เล่นพนัน

รวบ “โจรพริกป่น” ต้นทุนต่ำ แต่ชีวิตติดหรู หาเงินเลี้ยงเด็กเอ็น ชุดสืบสวนตำรวจภูธรเชียงใหม่ ร่วมกับ ตำรวจ สภ.เชียงดาว นำกำลังเข้าจับกุม นายวิทูรย์ อายุ 28 ปี ได้ที่หอพักย่านสันติธรรม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะคุมตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ โดยจากการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 ตำรวจสภ.เชียงดาว ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายคือนาง มาตร อายุ 35 ปี ชาวไทใหญ่ว่าถูกคนร้ายเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์สีขาว สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ สวมเสื้อฮู้ดแขนยาว สีน้ำเงินได้ขี่รถจักรยานยนต์ ประกบ ก่อนจะใช้พริกป่นสาดใส่เข้าที่ใบหน้าจนทำให้ผู้เสียหาย ถูกพริกป่น เข้าตา เข้าจมูก และปากจนแสบร้อน ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มหลังจากนั้นผู้ต้องหาได้ชิงโทรศัพท์มือถือไป เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 8.30 น. บริเวณถนนสาธารณะหมู่บ้านโรงวัว หมู่ 12 ตำบลเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

รวบ “โจรพริกป่น” ต้นทุนต่ำ แต่ชีวิตติดหรู หาเงินเลี้ยงเด็กเอ็น นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายที่ 2 คือนางแปง ชาวไทใหญ่ อายุ 36 ปี ถูกคนร้ายก่อเหตุใช้พริกป่นสาดหน้าเหมือนกัน ก่อนชิงทรัพย์ไปได้ทองรูปพรรณ 3 บาท เงินสด 3 หมื่นบาท เหตุเกิดบริเวณถนนสาธารณะไปไร่ข้าวโพดบ้านม่วงค้อนหมู่ 3 ตำบล เชียงดาว ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งหลังได้รับแจ้งตำรวจ สภ.เชียงดาวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้ต้องหาหลบหนี กระทั่งพบว่าผู้ต้องหาหลังก่อเหตุได้หลบหนีเข้ามายังตัวเมืองเชียงใหม่ จึงได้ประสานตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก่อนจะนำกำลังบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหารายนี้คือนายวิทูรย์ ลุงกู่ อายุ 28 ปี

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าได้ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหายในพื้นที่อำเภอเชียงดาวจริง โดยวันเดียวก่อเหตุ 2 ราย โดยได้วางแผนเช่ารถจากตัวเมืองเชียงใหม่ขี่กลับไปยังบ้านเกิด หลังจากนั้นได้ไปซื้อพริกป่นที่ร้านขายของชำมาในราคาถุงละ 5 บาท 2 ถุง ซึ่งใช้ก่อเหตุ ซึ่งผู้เสียหายรายที่สองนั้นผู้ต้องหาได้รู้จักดี เนื่องจากเป็นคนงานที่ทำงานรับจ้างหักข้าวโพดด้วย กันจึงรู้ว่าผู้เสียหายคือนางแปงนั้นจะพกเงินเยอะจึงได้ลงมือเหตุ หลังก่อเหตุได้เปลี่ยนชุดก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าเมืองเชียงใหม่และระหว่างทางได้นำเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุทิ้งป่าละเมาะข้างทาง