ข่าว

2 มูลนิธิกู้ภัยตีกัน เข้าไกล่เกลี่ยที่โรงพัก ยังหาตัวผู้ก่อเหตุอีก 1 ราย

"ผกก.สน.วังทองหลาง" นัดไกล่เกลี่ย 2 มูลนิธิกู้ภัย ต่างฝ่ายขอทำหน้าที่ ไม่ก้าวก่ายกัน 1ในอาสามูลนิธิเพชรเกษมยอมรับ ก่อเหตุจริง ส่วนอีกราย ไม่รู้เป็นใคร อีก 1 ราย

พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผู้กำกับการ สน.วังทองหลาง เรียกตัวแทนมูลนิธิร่วมกตัญญูและมูลนิธิเพชรเกษมกรุงเทพ เข้าพูดคุยหารือข้อสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันระหว่าง 2 มูลนิธิ 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือมีหนึ่งในอาสาสมัครมูลนิธิเพชรเกษมยอมรับว่า ใช้ความรุนแรงทำร้ายจริง ส่วนผู้ก่อเหตุอีกคนปฏิเสธ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเพชรเกษมปฏิเสธ ทำให้ยังไม่สามารถสรุปชี้ตัวผู้ก่อเหตุอีกคนนึงได้

หลังการไกล่เกลี่ย นายชลายุทธ์ สังข์คุ้ม กรรมการเขต มูลนิธิเพชรเกษม หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าก่อเหตุจริง เพราะมีรุ่นน้องในอาสาสมัครมูลนิธิเดียวกันถูกกระทำก่อน คู่กรณีด่าพ่อด่าแม่ ท้าตีท้าต่อย และเข้ามาล้อมก่อน รุ่นน้องอาสาจึงเรียกตนเองในฐานะกรรมการเขตของมูลนิธิไปช่วยพูดคุย แต่เมื่อไปคุยกลับไม่ได้รับการตอบสนอง ตนเองจึงโมโห บันดาลโทสะ 

 

นายชลายุทธ์ ยืนยันว่า ไม่ได้ปิดกั้น ไม่ให้คนเจ็บไปโรงพยาบาล ตรงนั้นมีรถหลายคัน ตนเองก็บอกให้คนเจ็บไปกับคันอื่นก่อน ซึ่งคนเจ็บไม่ได้เจ็บมาก เพียงถลอก และคนเจ็บก็ลงจากรถไปแล้ว ถึงได้มีการทะเลาะกันขึ้น ส่วนผู้ก่อเหตุอีกคน ตนเองไม่ทราบ ยืนยันหากคู่กรณีไม่แสดงกริยาไม่ดีกับเรา เราก็ไม่เคยมีปัญหา

นายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี

นอกจากนี้ตัวแทนของทั้งสองมูลนิธิได้ออกมาให้สัมภาษณ์ร่วมกัน นายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี ประธานกรรมการมูลนิธิเพชรเกษม ยอมรับว่า มีอาสามูลนิธิเพชรเกษม 1 คนก่อเหตุทำร้ายอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจริง แต่มีเหตุจูงใจ ตนเองไม่อยากเท้าความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้จบกันไป ยืนยันว่าอาสาสมัครมูลนิธิเพชรเกษม ไม่ได้กรูเข้าไปปิดล้อม และก็ไม่ได้ขัดขวางการนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แต่ยืนยันจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในพื้นที่วังทองหลาง และท้องที่อื่นๆ โดยได้ให้สัญญาใจกันไว้ และแต่ละมูลนิธิก็จะไปหารือมาตรการป้องกัน 

 

ส่วนเรื่องคดีว่ากันไปตามกฎหมาย ใครทำร้ายใคร ใครต่อยใคร เรื่องนี้เป็นการทะเลาะวิวาทกัน หากเท้าความกันว่า ใครเริ่มก่อนก็จะไม่จบ 

 

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบอาสาสมัครที่เกี่ยวข้องแล้ว และให้รายงานผลภายใน 15 วัน โดยหากเป็นพฤติกรรมร้ายแรง ก็มีโทษคือให้ออกจากมูลนิธิ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับอาสาสมัครด้วย

 

นายพิมพ์ชนก ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

ขณะที่นายพิมพ์ชนก ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ระบุว่า ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจะไม่ติดใจเรื่องเก่าแล้ว แต่ขอความร่วมมือไปยังมูลนิธิเพชรเกษมว่า หลังจากวันนี้ขอให้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก ควรมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่ควรทะเลาะกันต่อหน้าผู้บาดเจ็บ ขอให้ต่างฝ่ายต่างดูแลอาสาสมัครของตนเอง ไม่ให้ก้าวก่ายกันและกัน แต่ส่วนคดีความก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของตำรวจ ซึ่งทางมูลนิธิมีกฎกติกาชัดเจน หากเจ้าหน้าที่ในมูลนิธิทะเลาะกันเอง หรือทะเลาะกับมูลนิธิอื่น มีโทษคือให้ออกจากมูลนิธิ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูบริบทและปมเหตุการทะเลาะกันด้วย

ข่าวที่น่าสนใจ