ข่าว

เจ้าของสวนทุเรียน “สวี” ดอดมอบตัว อ้างถูกกลั่นแกล้ง เป็นแพะคดีพยายามฆ่า

เจ้าของสวนทุเรียน “สวี” ชุมพร ดอดมอบตัวสอบสวนกลาง อ้างถูกกลั่นแกล้งตกเป็นแพะคดีพยายามฆ่า วอนโอนสำนวนให้กองปราบ

เจ้าของสวนทุเรียน “สวี” ชุมพร ดอดมอบตัวตำรวจสอบสวนกลาง หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า อ้างถูกเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นกลั่นแกล้ง วอนขอโอนสำนวนคดีมากองปราบ 

จากกรณี เมื่อช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.สวี จ.ชุมพร ร่วมกับตำรวจชุดราชเดช จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำกำลังสุนัขดมกลิ่น เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 27 ม.10 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร เพื่อจับกุม นายสมชาย อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดหลังสวน ลงวันที่ 18 เม.ย.2567 ข้อหา

 

“ยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พยายามฆ่า” หลังก่อนหน้าได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปืน ยิงข่มขู่ ทำร้ายชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ละแวกดังกล่าว ที่ขับรถผ่านหน้าบ้านไปมา จนสร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามระหว่างเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าปิดล้องตรวจค้น นายสมชาย เกิดไหวตัวทันชิงหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปได้ก่อน ตามที่เคยมีการนำเสนอไปแล้วนั้น 

 

สำหรับกรณีดังกล่าว มีความคืบหน้าบ่าสุดเข้ามาว่า

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มิ.ย. นายสมชาย หนูภักดี อายุ 56 ปี พร้อมด้วย นายเอกวีร์ เอกอัฏฐวัฒน์ ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.กิติภูมิ ศรีแผ้ว สว.กก.5 บก.ป. เพื่อเข้ามอบตัวต่อสู้คดี  

 

ทั้งนี้ระหว่างที่ นายสมชาย เข้ามอบตัว ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยอ้างว่าไม่เคยมีพฤติกรรมใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ชาวบ้าน หรือ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเคยใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าในบ้านจริง แต่เป็นการยิงเพื่อไล่นก ไล่สัตว์ที่เข้ามาในบ้าน ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้าน 

 

นายสมชาย บอกต่อว่า ส่วนที่ถูกดำเนินคดีจนกลายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ นั้นก็เพราะว่าถูกกลั่นแกล้ง เนื่องจากตนเป็นเจ้าของสวนทุเรียนและสวนปาล์มกว่าร้อยไร่ ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ เจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นจริงบางรายที่รุกล้ำเข้ามาขุดดินในพื้นที่ของตนเอง เคยถูกขู่ฆ่า ทำร้าย ใช้อาวุธปืนจ่อหัว จึงจำเป็นต้องติดกล้องวงจรปิดไว้รอบบ้านเพื่อใช้บันทึกเป็นหลักฐานและเพื่อความปลอดภัยของตนเอง เพราะที่ผ่านมามักถูกเจ้าหน้าที่เหล่านี้เข้ามากลั่นแกล้ง ขู่จะดำเนินคดีกับตน พร้อมยืนยันว่าเครื่องกระสุนปืนของกลาง ขนาด .22 ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ในบ้านพักนั้นก็ไม่ใช่ของตนเอง”

 

“ส่วนที่ตัดสินใจมาเข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบในวันนี้ เนื่องจากเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย นอกจากนี้ตนยังอยากขอให้มีการโอนสำนวนคดี จาก สภ.สวี มาอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจกองปราบ เพราะไม่เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจท้องที่ เกรงจะถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรม” นายสมชาย กล่าวทิ้งท้าย 

 

ด้าน พ.ต.ท.กิติภูมิ กล่าวว่า ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำบันทึกมอบตัวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งประสานนำตัว นายสมชาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวี จ.ชุมพร ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป