
วงจรปิดเผยนาทีสลด คนร้าย บุกลั่นไกใส่คนไข้ดับสลดกลางโรงพยาบาลดัง
วงจรปิดเผยนาทีสลด คนร้าย บุกลั่นไกใส่คนไข้ดับสลดกลางโรงพยาบาลดัง ผอ.โรงพยาบาลเข้ม เผยมาตรการป้องกันอย่างรัดกุม
7 มิ.ย. 2567 พ.ต.อ.ยศวัฒน์ แก้วสืบธัญนิช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เข้าตรวจสอบเหตุ ยิงกัน ภายใน โรงพยาบาลขอนแก่น เหตุเกิดที่อาคาร 6 หรือ อาคารศัลยกรรมชาย ชั้นที่ 5 พบคนถูกยิง คือ "หนุ่มเมียนมา" นาย Kyaw Swar Aong อายุ 29 ปี ชาวประเทศเมียนมา ถูกยิงเข้าที่บริเวณท้ายทอย 1 นัด เจ้าหน้าโรงพยาบาลต้องเร่งนำตัวมายังห้องฉุกเฉิน แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนร้ายได้อาศัยช่วงชุลมุนเดินหลบหนีไปทางด้านหน้า โรงพยาบาล เหตุเกิดในเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนที่ผ่านมา (6 มิ.ย. 2567)
ขณะที่ ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลขอนแก่น สามารถบันทึกภาพคนร้ายที่ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงนาย Kyaw Swar Aong (อ่านว่า จอ-ชอ-อ่อง) อายุ 29 ปี ชาวเมียนมา ที่ทำงานอยู่ในแรงงานแห่งหนึ่ง ในจังหวัดขอนแก่น จนเสียชีวิต โดยคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า กางเกงขายาว ใส่หน้ากากอนามัย พร้อมกับกระเป๋าสะพายข้าง
ได้จอดรถกระบะยี่ห้อฟอร์ดสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ไว้ริมถนนศรีจันทร์ หน้าโรงพยาบาลขอนแก่น ก่อนที่จะเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาล จากนั้นได้เดินไปที่อาคาร 6 และขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ 5 ก่อนที่จะกลับลงมา
จนกระทั่งเวลา 22.23 น. ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ เห็นภาพคนร้ายเดินมาขึ้นลิฟต์ที่ชั้น 5 ของอาคาร 6 หลังจากที่ก่อเหตุยิงนาย Kyaw Swar Aong เมื่อมาถึงชั้นล่างก็เดินออกไปหน้าประตู 2 ของโรงพยาบาล โดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วขับรถยนต์กระบะที่จอดไว้หลบหนีไป
ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงพยาบาลขอนแก่น นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ได้ส่งนักจิตแพทย์ เข้าดูแลสภาพจิตใจบุคลากร รวมถึงผู้ป่วยที่อยู่ในสถานที่ เกิดเหตุพร้อมกับทบทวนมาตรการความปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ
ได้แก่ ในด้านการรักษาความปลอดภัย จำกัดให้มีผู้เฝ้าไข้ได้ 1 คน ต่อ 1 เตียง และจัดทำบัตรประจำตัวผู้เฝ้าไข้ ถ้าไม่มีบัตรจะไม่ให้เข้าไปในอาคาร จัดอัตรากำลังเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้มีครอบคลุมทุกอาคาร และเข้มงวดในการตรวจตรา เพิ่มจุดติดตั้งกล้องวงจรปิดให้คลอบคลุมทุกพื้นที่ จำกัดทางเข้า-ออก โรงพยาบาลในยามวิกาล
พร้อมทั้งมีจุดตรวจอาวุธ และทบทวนแผนรับสถานการณ์ฉุกเฉินของโรงพยาบาล พร้อมกับประสานตำรวจในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้มีการซักซ้อมแผนอยู่แล้ว
ในส่วนของตัวผู้ป่วยต่อไป จะได้มีการสอบถามว่ามีภาวะเสี่ยง ต่อการที่จะถูกปองร้ายหรือไม่ จะได้มีมาตรการในการป้องกันด้วย ส่วนการตรวจค้นอาวุธกับญาติคนป่วยหรือคนที่เข้ามาใช้บริการ คงไม่สามารถทำได้แน่นอน แต่ทางโรงพยาบาลมีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก จนสามารถพบไทม์ไลน์ของคนร้ายที่มาก่อเหตุ จนสามารถนำภาพคนร้ายตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ มอบให้กับทางตำรวจได้เร็ว พร้อมประณามคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุในโรงพยาบาลด้วย
ในส่วนของผู้เสียชีวิตนั้น เป็นชาวประเทศเมียนมา โดยในช่วงบ่ายทางนายจ้าง ได้เข้ามาติดต่อแล้ว เพื่อที่จะขอรับนำร่างไปบำเพ็ญประเพณี ที่ประเทศเมียนมาต่อไป ส่วนห้องที่เกิดเหตุยังคงเปิดให้บริการคนไข้เช่นเดิม



