
“ไอ้แซน” ฆาตกรโหด แกล้งหลับตอนสอบปากคำ แต่สะกิดก็ตื่น
ตำรวจเผยระหว่างสอบปากคำ “แซน” ไม่ให้ความร่วมมือ ตอนสอบปากคำก็หลับตลอด แต่สะกิดถามก็ตื่น ส่วนสำนึกผิดหรือไม่นั้นไม่สามารถบอกได้
กรณีพบศพเปลือยสาวนิรนาม คาดเป็นนักศึกษา หมกศพคูน้ำใต้ทางด่วนอุดรรัถยา พื้นที่ ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี โดยพบพฤติกรรมฆาตกรสุดเหี้ยม ปาดคอหลายครั้ง ตัดข้อมือทิ้ง 2 ข้าง เพื่ออำพราง ก่อนห่อผ้าปูที่นอน ใช้เข็มขัดมหาวิทยาลัยดังมัด ถ่วงดัมเบลแบกใส่ จยย. มาทิ้ง ชาวบ้านถ่ายภาพผู้ต้องสงสัย เพราะคิดว่าเอาขยะมาทิ้งไว้หน้าบ้าน ก่อนฆาตกรเลือดเย็นตะโกนบอกว่า “เอาของรักมาทิ้ง” เหตุเกิดพื้นที่ สภ.ปากคลองรังสิต เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา
พ.ต.ท.เนติ รุ่งฟ้าแสงอรุณ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต กล่าวว่า ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาไม่ยอมให้การ ส่วนในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การกับตำรวจ และรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ส่วนสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำหรือไม่ มองว่าผู้ต้องหาทำเป็นไม่รู้มากกว่า โดยระหว่าง สอบสวน ได้มีแม่มานั่งอยู่ด้วยตลอดเวลา ผู้ต้องหาซบแม่ ทำเป็นหลับไม่รับรู้ แต่ถ้าสะกิดก็ตื่น ตำรวจต้องใช้วิธีการให้ชี้ภาพ แล้วผู้ต้องหาก็พยักหน้ารับสารภาพ แต่ไม่ได้พูดบรรยายพฤติการณ์เหมือนคนทั่วไป
ส่วนสาเหตุของการลงมือ และวิธีการลงมือฆาตกรรม ผู้ต้องหาได้บอกกับตำรวจว่าทำอย่างไร ตอนที่ชี้รูปอาวุธมีดปังตอ แต่ตนไม่ขอลงรายละเอียด ส่วนจะเป็นการตั้งใจหรือพลั้งมือนั้น ก็ตอบไม่ได้ เนื่องจากว่าจะส่งผลกับรูปคดี
พ.ต.ท.เนติ ระบุด้วยว่า คดีนี้ผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย หลักฐานทุกอย่างเกิดขึ้นจากที่ตำรวจหาเอง และใช้วิธีการต่างๆ ในการพยายามสอบถาม แต่แม้ผู้ต้องหาจะให้การหรือไม่อย่างไร ก็ไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะหลักฐานทุกอย่างมัดตัว ทั้งนี้ เชื่อว่าลึกๆ ผู้ต้องหาสำนึก เพราะอายุยังน้อย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เกิดแล้ว แล้วพยายามจะแก้ไข แต่เป็นเด็กที่แก้ปัญหาเองแบบไม่ถูกต้อง
ส่วนการหิ้วตัวผู้ต้องหาจากโรงพยาบาลมาที่โรงพักนั้น ทำเกินไปหรือไม่ ยืนยันว่า ตำรวจทำทุกขั้นตอน โดยยึดตามผลของแพทย์ที่วินิจฉัยว่าสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งตำรวจได้ถ่ายวิดีโอไว้ทุกขั้นตอน ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้น มีรายงานว่าครอบครัวไม่กล้ายื่นประกันตัวในชั้นสอบสวน
ด้าน พ.ต.ท.ชัยรัตน์ แย้มวงษ์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยถึงการสืบสวนคดีนี้ว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ชุดสืบสวนได้แบ่งกำลังตรวจสอบบริเวณโดยรอบ จนได้ข้อมูลตำหนิรูปพรรณของผู้ต้องสงสัย และได้กระจายกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรอยเลือดในบริเวณใกล้เคียง จนไปพบกล้องวงจรปิดที่ผู้ต้องสงสัยนำศพขึ้นท้ายรถจักรยานยนต์ และเมื่อไปตรวจสอบจุดที่ผู้ต้องสงสัยขี่รถเข้าบ้านไป ก็พบรอยเลือดบริเวณหน้าหมู่บ้าน จึงมั่นใจว่าผู้ก่อเหตุอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว จนไปพบว่าผู้ต้องหากินยาเกินขนาด จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล
แต่หลังจากนั้นได้มีการประชุมวางแผน และมีความเห็นว่า ตำรวจยังทำไม่ครบในการเยียวยาญาติ เพราะยังหามือ 2 ข้างไม่เจอ ชุดสืบสวนจึงได้วางแผนไล่กล้องวงจรปิดใหม่อย่างละเอียด จนไปพบว่าช่วงตีสี่ของวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ออกจากหมู่บ้าน และกลับเข้ามาหลังจากนั้น 7 นาที จึงเคลียร์พื้นที่ไล่ตรวจสอบเส้นทางใน 7 นาทีที่หายไปนี้ ก็ไปพบภาพว่ามีการเอามือไปทิ้งที่ริมคลองเชียงราก
โดยระหว่างการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า แม่ของผู้เสียชีวิต ได้ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา และได้ยกมือไหว้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ



