ข่าว

'อัยการคดีพิเศษ' เตรียมรับคดีเเก๊งพม่าเลี่ยงภาษีบุหรี่เถื่อน 100 กว่าล้าน

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'วิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์' เตรียมตั้งคณะทำงาน พิจารณาคดีพิเศษเลี่ยงภาษีบุหรี่เถื่อน 100 กว่าล้าน ที่แก๊งพม่าลักลอบนำเข้าไม่ผ่าน 'กรมศุลกากร' พร้อมเผยผลงาน 1 ปีกว่า ยึดทรัพย์เข้าแผ่นดินได้หมื่นล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้รับการประสานงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในเรื่องการส่งสำนวนคดีสำคัญเป็นคดีพิเศษที่ 310/2565 กรณีกลุ่มผู้ต้องหาชาวพม่ากับพวก มีพฤติการณ์นำบุหรี่ต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร 


สำหรับคดีนี้ผู้กล่าวหา คือ กรมศุลกากรมี ร.ต.อ.หญิง ดุจเดือน อัตตโนรักษ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้กล่าวหา นายเนลินเตนชาวพม่ากับพวกรวม 11 ราย ซึ่งเป็นคนพม่า 9 คนนิติบุคคล 1 รายเเละคนไทย 1 คน ในฐานความผิดนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร , นำหรือยอมให้ผู้อื่น นำของต้องกำกัดหรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ขึ้นบรรทุกยานพาหนะ , ใช้เอกสารและเอกสารสิทธิปลอม , แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการมูลค่าความเสียหาย ราคารวมค่าภาษีอากรทุกประเภท 108,878,153 บาท 

พฤติการณ์สรุปว่า เมื่อช่วงปลายปี 2564 ถึง ต้นปี 2565 เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรตรวจสอบเรือเดินทางต่างประเทศชื่อ MV.CHITA สัญชาติ MONGOLIA ณ ท่าเทียบเรือ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) พบบุหรี่ต่างประเทศจำนวน 2,740 ลัง ซึ่งไม่มีการสำแดงในบัญชีรายการสินค้าประจำเรือ มีนายเนลินเตนชาวพม่า เป็นนายเรือ พร้อมลูกเรือ 8 คน จึงยึดสินค้าบุหรี่และจับกุมผู้ต้องหา

 

โดยคดีนี้ กล่าวหาว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหาที่ 1 นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร และนำหรือยอมให้ผู้อื่นนำของต้องกำกัด หรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรขึ้นบรรทุกยานพาหนะ, ผู้ต้องหาที่ 2-11สนับสนุนในการที่ผู้ต้องหาที่ 1 นำเข้ามาในราชอาณาจักรซี่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร, ผู้ต้องหาที่ 11 ใช้เอกสารและเอกสารสิทธิปลอม แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ

นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ

โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด เเต่เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาที่  1 ในความผิดฐานนำหรือยอมให้ผู้อื่นนำของต้องกำกัด หรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ขึ้นบรรทุกยานพาหนะตามมาตรา 247 แห่ง พรบ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และผู้ต้องหาที่ 29 ในความผิดฐานสนับสนุนในการที่ผู้ต้องหาที่ 1 

 

นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เตรียมความพร้อมในการตั้งคณะทำงานรับพิจารณาสำนวนคดีที่จะเข้ามาในสัปดาห์นี้เพื่อมีคำสั่งทางคดีต่อไป เนื่องจากได้เล็งเห็นว่าคดีลักษณะนี้กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจทางการคลังของประเทศ ทำให้ประเทศขาดรายได้ที่ควรจะได้จากต่างประเทศเเละเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน 

 

โดยนายวิรุฬห์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญของสำนักงานอัยการสูงสุด รับพิจารณาสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคดีป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ซึ่งจะต้องเป็นคดีที่มีมูลค่าทรัพย์ความเสียหายจำนวนมาก มีอิทธิพลเข้ามาในคดี รวมถึงคดีการเมืองและการชุมนุมของม็อบการเมืองต่างๆ เช่น คดีสหกรณ์เมืองเลย,คดีฟ้องเหมืองทองอัครารุกที่ป่า,คดีรถหรูเลี่ยงภาษี , คดีประสิทธิ์ เจียวก๊กร่วมกันฟอกเงิน , คดียูฟัน ร่วมกันฟอกเงิน , คดีเมฆ รามา สามีดาราชื่อดัง ทำเว็บเพนันฯ ร่วมกันฟอกเงิน , คดีดีเจแมน และใบเตยร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนเเชร์ Forex-3D , คดีเว็บพนันบอสตาล,คดีหุ้นสตาร์คในส่วนอาญาเเละส่วนเเพ่ง ที่ร้องขอให้ทรัพย์ตกเป็นของเเผ่นดิน คดีหมูเถื่อน , คดีเเก็งคอลเซนเตอร์จีนเทา เป็นต้น ตั้งเเต่ปี 2560 อัยการคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องขอศาลให้ตกเป็นของเเผ่นดินจำนวนกว่า 4 หมื่นล้านบาทเศษ เเต่เฉพาะในช่วงที่นายวิรุฬห์ดำรงตำแหน่งอธิบดีสำนักงานคดีพิเศษมาประมาณ 1 ปีกว่าๆ สามารถยึดทรัพย์ตกเข้าคลังเเผ่นดินได้ถึงกว่า 1 หมื่นล้านบาท 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ