ข่าว

'เบาะแสใหม่' จากหลวงพ่อ มีคนใกล้ชิด 'เสี่ยต้น' มากระซิบห่วง 'เงินประกัน'

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เปิด 'เบาะแสใหม่' จากหลวงพ่อ แฉถึงคนใกล้ชิด 'เสี่ยต้น' มากระซิบ บอกว่า ถ้าส่งศพไปชันสูตร เป็นห่วงว่าจะไม่ได้ 'เงินประกัน'

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ พร้อมครอบครัว เสี่ยต้น ให้ข้อมูลถึงเงื่อนงำการเสียชีวิตของ เสี่ยต้น ที่ทุกคนยังติดใจสงสัย

วันที่25พ.ค.2567 กรณีการ ตายปริศนา ของ CEO หนุ่มไฟแรง เสี่ยต้น พิชิต กลีบจินดา นักธุรกิจหนุ่ม เจ้าของธุรกิจสอนนวด ที่บ้านพัก คุณมด ภรรยา ในจ. มหาสารคาม เมื่อวันที่16เม.ย.2567 โดยน้องสาวของ เสี่ยต้น สงสัยสาเหตุการตาย เนื่องจากก่อนเผาศพ พบสภาพศพดำคล้ำ และมือหงิกงอ

 

รวมถึงก่อนหน้านี้ พบว่า เสี่ยต้น เคยถูกคนร้าย ลอบยิง แต่รอดมาได้อย่างหวุดหวิด เหตุเกิดท้องที่ สน.วังทองหลาง กทม. เมื่อวันที่8เม.ย.2567ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบนครบาล และ สืบนครบาล4 อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุมคนร้ายนั้น

ล่าสุด ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ พร้อมครอบครัว เสี่ยต้น ประกอบด้วย พระวสันต์ กลีบจินดา (กตคุโณ) พ่อของ เสี่ยต้น จำวัดแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี , นางประภาพินท์ กลีบจินดา อายุ 63 ปี แม่ เสี่ยต้น , น.ส.ณัฐปภัษร์ ธนภัคนันท์หิรัญ หรือ เจ น้องสาว เสี่ยต้น , น.ส.หมวย และ นายตั้ง ญาติสนิท เสี่ยต้น ตั้งโต๊ะแถลง ยืนยันว่ายังติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของ เสี่ยต้น

 

หลวงพ่อวสันต์ เล่าว่า ความจริงอยากเคลื่อนย้ายศพ เสี่ยต้น ออกไปผ่าพิสูจน์ แต่เนื่องจากครอบครัวไม่มีเงินจ้างรถ และจ้างแพทย์ชันสูตร วันต่อมาหลวงพ่อไปเคารพศพที่บ้านลูกสะใภ้  ขณะกำลังจุดธูป มีคนใกล้ชิด เสี่ยต้น เข้ามานั่งข้างๆ และบอกว่า ถ้าเอาศพไปผ่า แล้วเจอสารที่ทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ ประกันจะไม่จ่ายเงินให้ แต่ถ้าไม่ผ่า ก็จะได้เงินมาบ้าง และ จะถวายให้2-3ล้านบาท 

ขณะที่หลวงพ่อตอบกลับไปว่า ถ้าจะให้ ขอไม่รับ แต่ขอคอนโดมิเนียมให้แม่ของ เสี่ยต้น เพราะไม่มีที่อยู่อาศัย และขอให้สร้างกุฏิถวายสงฆ์ อุทิศส่วนกุศลให้ เสี่ยต้น ปัจจัยที่จะให้ หลวงพ่อไม่เอา ขอแค่นี้

 

ด้าน น.ส.หมวย ญาติสนิท เสี่ยต้น ได้ เปิดคลิปเสียง วันที่ 21.25 น. ของวันที่ 16 เม.ย.2567 ขณะครอบครัวเดินทางไปที่ รพ.แห่งหนึ่งใน จ. มหาสารคาม เพื่อจะขอให้ชันสูตรศพ เสี่ยต้น เนื่องจากยังติดใจการเสียชีวิต จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจจะถูกฆาตกรรมจริงหรือไม่ก็ได้ อยากให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย

 

แพทย์แจ้งว่า ดูภายนอกที่ตรวจได้ พฤติการณ์อาจจะบอกไม่ได้ ทางแพทย์เข้าไปเจอ เสี่ยต้น เสียชีวิตช่วงเวลา 06.00 น. ขณะนั้นตรวจสภาพศพละเอียดระดับหนึ่ง ตัวแข็ง นอนหงาย เลือดตกข้างหลังแล้ว เสียชีวิต ประมาณ 4-6 ชั่วโมงแล้ว ไม่พบร่องรอยบาดแผล หากญาติยังติดใจ สามารถส่งชันสูตรต่อได้

 

ขณะที่ นายตั้ง สามีของน.ส.หมวย ซึ่งเป็นคนเห็นและถ่ายภาพศพสีดำคล้ำยืนยันว่า ไม่ได้ตัดแต่งภาพ ตรวจสอบต้นฉบับจากมือถือตนได้ สภาพศพดำเหมือนขี้เลน

 

ตอนนั้นผิดสังเกตเหมือนกันว่า ตั้งแต่รดน้ำศพหรือพิธีต่างๆ ไม่มีใครเปิดผ้าเลย กระทั่งก่อนจะเผา จึงมีญาติโวยวายว่าทำไมไม่เปิดหน้าเลย พอเปิดออกมาก็เห็นว่าดำมาก และมีเลือดไหลบริเวณจมูก คนในงานก็เริ่มมีการพูดกัน แต่ทางภรรยา เสี่ยต้น ไม่ได้พูดอะไร

 

ส่วนที่มีการเปลี่ยนโลงศพนั้น มีจริง ตนเป็นคนยกโลง แต่ตอนนั้นผ้าก็ปิดอยู่ ใจก็อยากดูสภาพศพเหมือนกัน  แต่เจ้าหน้าที่รีบเอาเข้าโลงใหม่ พบว่าส่งกลิ่นเหม็นแล้ว  นอกจากนี้ยังสังเกตเห็นว่า ทำไมรีบเผา และเผาวันศุกร์ ซึ่งปกติจะไม่เผาศพวันนั้นกัน

 

ส่วนภาพในงานศพ เห็นมีน้องสาวภรรยา เสี่ยต้น แต่ไม่เจอแฟนของน้องสาวแต่อย่างใด

 

ด้านนางประภาพินท์ ยอมรับว่า สงสัยว่าทำไมสภาพศพลูกชายถึงดำขนาดนี้ ดำเหมือนถ่าน แต่ไม่ได้ถามอะไร ทุกคนรู้อยู่ในใจ และทางฝ่ายภรรยา เสี่ยต้น จัดการเองหมด หลังจากเผาศพลูกชายไปแล้ว ยังไม่ได้คุยกับลูกสะใภ้ และไม่ได้เจอกันเลย มีแต่เข้ามาเอาแมว และโพสต์ต่อว่าทำนอง บ้านของเค้ากับลูกชาย แม่ไปอยู่บ้านเค้าโดยที่แม่ไม่ได้ซื้อ

 

ที่ผ่านมา ตนเป็นคนเลี้ยงหลานทั้ง 3 คนตั้งแต่เกิด อยู่กันมาหลายสิบปี จะมาไล่แม่ออกจากบ้าน อยากเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกชาย อยากให้ทุกคนช่วย เท่าที่จะช่วยได้

 

ส่วนที่มีกระแสว่า เสี่ยต้น เคยพาผู้หญิงอื่นเข้าบ้าน แม่ไม่ทราบไม่เคยเห็น เพราะเขารักเมียจะตาย

 

ส่วนภาพคนร้ายที่ตำรวจเอามาเปิด ไม่เคยเห็น ไม่รู้จัก และยืนยันว่าไม่เคยเจอญาติฝ่ายลูกสะใภ้

 

ด้านทนายเดชา เปิดเผยว่า วันที่26พ.ค.2567 เวลา13.00น. จะพาพยานทั้งหมดไปพบพนักงานสอบสวนอีกรอบหนึ่ง เพื่อดูความเชื่อมโยง การกระทำความผิดที่สน.วังทองหลสง และเหตุการณ์เสียชีวิตที่ จ.มหาสารคาม

 

เชื่อว่า สัปดาห์หน้า ตำรวจจะมีความคืบหน้าและทราบตัวคนร้าย ลอบยิง เสี่ยต้น  4-5 คน รวมถึงคนจ้างวาน ด้วย 

 

ส่วนคนก่อเหตุ อยากให้มามอบตัว เพราะหลักฐานชัดเจน มั่นใจว่าคนทำน่าจะมีความแค้นมาก สะสมมานาน สะสมทั้งทางตรงทางอ้อมกับผู้เสียชีวิต

logoline