ข่าว

เปิดปมใหม่ 'CEO' ฉีดสเตียรอยด์ กล้ามเนื้อ

ภรรยา 'CEO' เชื่อเพราะเรื่องเงิน ทำให้เธอกลายเป็นผู้ร้าย ยอมรับ สามีเคย 'ฉีดสเตียรอยด์ กล้ามเนื้อ' แต่เทรนเนอร์ยืนยันว่าไม่อันตราย

สภ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม

วันที่21พ.ค.2567 ความคืบหน้าเหตุการ ตายปริศนา ของ CEO หนุ่ม ล่าสุด เวลา 10.00 น. ที่ สภ.ยางสีสุราช จ. มหาสารคาม คุณมด ภรรยาของ นายพิชิต หรือ ต้น CEO ร้านสอนนวดแผนไทย พร้อม นายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ หรือ ทนายพัฒน์ และลูกทั้ง 3 คนของคุณมด เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.ยางสีสุราช เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม กรณีการ ตายปริศนา ของ CEO หนุ่ม

 

ภายหลังให้ปากคำ คุณมด กล่าวว่า ให้ข้อมูลกับตำรวจในส่วนที่หลายๆคนสงสัยไปแล้ว ส่วนที่น้องสาวของพี่ต้นบอกว่าโทรศัพท์ของพี่ต้นหายไป ขอชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุเป็นเหตุการณ์ชุลมุน พอรู้ว่าพี่ต้นเสียชีวิต ตนก็ไม่ได้มองหาอะไรเลย

ประเพณีทางบ้าน พอมีคนตาย เราก็ไม่ได้มองหาว่าทรัพย์สินสมบัติ หรือมือถือของคนตายอยู่ที่ไหน สิ่งที่ต้องทำคือเราจะต้องจัดการอย่างไรกับงานศพ อาจจะเป็นคนที่บ้านเก็บของใส่ถุงไว้ หลังเสร็จงานจัดของในบ้านเข้าเหมือนเดิมก็เจอโทรศัพท์ ตอนนี้โทรศัพท์อยู่กับตำรวจ ที่ สน.วังทองหลาง

 

ที่ผ่านมา สามีไม่มีโรคประจำตัว ตอนที่สามีเสียชีวิตก็เอะใจ ภาพสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกัน คือกินข้าว และพี่ต้นนอนหลับและกรน บางครั้งเคยมีกรณีสามีนอนกรนดังจนหยุดหายใจ จึงปลุกให้ตื่น ให้นอนตะแคง

 

คืนนั้นไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันคุยกันปกติ แต่วันนั้นพี่ต้นไม่ได้นอนในบ้าน เพราะเขารู้สึกผิด เพราะทำผิดกับตนไว้เยอะ ผิดกับแม่ กับครอบครัว และพูดขอโทษตลอดเวลา พอนอนหลับก็เลยเอาหมอนเอาผ้าห่มเอาพัดลมมาให้ ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าบ้าน

ที่ไม่ได้ส่งศพไปชันสูตรเพราะไม่ทราบว่ากระบวนการขั้นตอนของคนเสียชีวิตแล้วต้องทำอย่างไรต่อ เพราะพ่อของพี่ก็เสียชีวิตที่บ้านเหมือนกัน ก็ไม่ได้มีการชันสูตรอะไร หลังพี่ต้นเสียชีวิตขณะเจ้าหน้าที่กำลังจะเดินทางกลับตนก็ถามว่าไม่ส่งศพไปโรงพยาบาลเหรอคะ เจ้าหน้าที่ก็ตอบว่า ไม่ค่ะหมอชันสูตรพลิกศพดูหมดแล้วว่าไม่มีร่องรอยไม่มีบาดแผล ทายาทไม่ติดใจ ก็สามารถดำเนินการตามพิธีทางศาสนาได้เลย

 

สภาพศพตอนแรกไม่คล้ำเลย เหมือนคนนอนหลับ เพราะหากศพคล้ำดำตนเชื่อว่าดุลยพินิจของหมอก็คงจะไม่ปล่อยให้เราเอาไปประกอบพิธีทางศาสนา หมอต้องส่งชันสูตรแน่นอน

 

วันนั้นคุณหมอลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยที่ไม่ชัดเจน แต่ตนไม่ทราบว่าที่คุณหมอลงแบบนี้เพราะอะไร เพราะไม่มีความรู้ด้านการแพทย์

 

ตอนนั้นพี่ต้นเหมือนคนนอนหลับ มือไม่ได้หงิกงอ น้ำตาไหลเป็นสายเลือด เหมือนในข่าว ถามว่าถ้าสภาพเป็นอย่างนั้นจริง ตนจะไม่ส่งศพสามีไปชันสูตรเหรอ คุณหมอจะกล้าลงความเห็นแบบนี้เหรอ

 

ทั้งนี้ ทราบว่า พี่ต้นใช้สเตียรอยด์ ในการทำให้ตัวเองตัวใหญ่ขึ้น แต่ไม่ทราบว่ามันจะมีผลกับการเสียชีวิตหรือเปล่า ปริมาณการใช้มากน้อยแค่ไหน ตนก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ฉีดให้พี่ต้น เพราะพี่ต้นมีเทรนเนอร์ส่วนตัว แต่หลังจากที่พี่ต้นไปออกกำลังกายกลับมา เวลานั่งทานข้าว กลิ่นยาจะออก จะมีกลิ่นออกมาเหมือนกลิ่นโรงพยาบาล

 

พี่ต้นจะฉีดยาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โค้ชบอกว่าไม่ได้อันตราย และเป็นที่พอใจ เพราะเขาตัวใหญ่ขึ้น ภายในเวลา1ปี เขาก็ได้รูปร่างที่เขาต้องการ ส่วนจะใช้ยาชนิดอื่นด้วยหรือไม่ ไม่ทราบเลย 

 

ส่วนกรณีการถูกลอบยิง เบื้องต้น พี่ต้น ไม่มีความขัดแย้งใดๆกับใคร เพียงแต่ถ้าเมาแล้วถึงจุดๆ หนึ่ง ใครไปสะกิดอะไรนิดนึง เขาจะโมโหร้าย หลายคนที่เคยดื่มกับเขาจะรู้ ตนไม่ทราบว่าพี่ต้นมีปัญหากับใครหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ ต้องถามคนใกล้ตัว เช่น น้องชายที่อยู่กับเขา ก่อนที่เขาจะมาหาตน เพราะว่าหลังจากที่พี่จต้นเสียชีวิต มีข่าวเรื่องหนี้นอกระบบ เขาบอกว่าพี่ต้นไปกู้หนี้นอกระบบมา แล้วให้ตนไปใช้หนี้ให้

 

ตอนแรกตนก็ยังไม่ได้ใช้ให้ โดยบอกกับน้องชายพี่ต้นไปว่า ขอสลิปโอนได้ไหม ถ้าโอนจริงๆ พี่ต้นต้องเป็นคนได้รับ เพราะในบัญชีของสามี เป็นเงินที่ตนโอนให้ทั้งนั้น เขาก็บอกว่าทางนั้นเขาโอนตู้บุญเติมแล้วก็ปลายทางเป็นชื่อผู้หญิง ตนก็ขอสลิปเขาก็บอกไม่มี พอไม่มีตนก็ไม่ได้ให้ เพราะหลักฐานมันไม่ชัดเจน

 

หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันเขาก็บอกว่าขอยืมเงิน 15,000 บาท จากตนให้แม่น้องสะใภ้ บอกว่าแม่น้องสะใภ้ป่วย ตนก็โอนให้ แต่หลังจากนั้นน้องชายสามี ก็โทรมาบอกว่า เงินที่โอนให้แม่น้องสะใภ้เอาไปใช้หนี้พี่ต้นแล้วนะ หมายความว่าเงินก้อนนี้ ตนไม่ได้คืนเหรอ ก็เลยไม่รู้ว่าระหว่างที่เขาอยู่ด้วยกัน เขาไปอะไรยังไงไหม

 

พอเปิดดูในแชทมือถือพี่ต้น เขากับน้องคุยกันเรื่องซื้อปืนด้วย เพราะฉะนั้นตนไม่ทราบจริง ๆ ว่าระหว่างที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันเขาไม่มีปัญหาอะไรกับใครหรือเปล่า

 

คิดว่าจุดประสงค์ที่ทางครอบครัวสามีออกมาเคลื่อนไหว เป็นเพราะเรื่องเงิน ตอนนี้กังวลกับความรู้สึกลูกมากกว่า เพราะลูกไปโรงเรียนก็มีคนมาถามว่า ทำไมนามสกุลเดียวกันแล้วลูกจะต้องตอบคำถามว่าอย่างไร กังวลเรื่องธุรกิจ เพราะว่าตอนนี้ตนต้องแบกรับทุกอย่าง ถ้ากระทบธุรกิจก็คงค่อนข้างหนัก

 

หตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ตนเสียความรู้สึกเลย เพราะเราซัพพอร์ตเขามาตลอด แค่เราไม่ทันใจเขา ในเรื่องที่เขาทำให้เราดูเป็นผู้ร้าย หรือตกเป็นจำเลยของสังคมได้ขนาดนี้ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะพูด

 

เมื่อสามีเสียชีวิตแล้ว หน้าที่ดูแลพ่อกับแม่ ต้องเป็นลูกที่เหลือ ไม่ใช่มากังวลว่า อีก 1 ปี ถ้าตนไปมีครอบครัวใหม่ ใครจะดูแลพ่อแม่เขา ตนไม่ใช่ทาส

 

ด้าน พ.ต.อ.วัชรินทร์ สัตยาคุณ ผกก. สภ.ยางสีสุราช กล่าวว่า สอบพยานไปกว่า 10 ปาก ในวันนี้ทางภรรยาของผู้ตายมาให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากที่เคยสอบปากคำไปแล้ว

 

หลังจากที่น้องสาวผู้ตาย มาร้องเกี่ยวความเคลือบแคลงสงสัยสาเหตุการตายของพี่ชาย ว่าอาจมีสารบางอย่างในตัวของพี่ชาย ก็ต้องมุ่งประเด็นเพิ่มเติมไปยังสารพิษ การเปลี่ยนแปลงของสภาพศพ เรื่องเงินประกัน หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง

 

รวมถึงได้นำส่งกระดูกของผู้เสียชีวิต ไปพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ในส่วนของผลตรวจจะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด ในส่วนของแพทย์จะมีการเรียกมาสอบปากคำ ได้ประสานไปแล้ว แต่ตอนนี้คุณหมอยังติดงานอยู่ โดยจะสอบพยานให้ครบถ้วนทุกปาก

ข่าวที่น่าสนใจ