ข่าว

เปิดใจ 'หน่วย SINGA' ทีมไล่ล่า 'เสี่ยแป้ง นาโหนด' เผยอุปสรรค-ปัจจัยรอด

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เปิดใจ 'หน่วย SINGA' ร่วมภารกิจล่า 'เสี่ยแป้ง นาโหนด' เผยอุปสรรคใหญ่บน 'เทือกเขาบรรทัด' และปัจจัยที่ทำให้ เสี่ยแป้ง รอด

ปฏิบัติการไล่ล่า “เสี่ยแป้ง นาโหนด” ผู้ต้องหาคดีสำคัญ หากนับตั้งแต่วันที่แหกเรือนจำ หลบหนีออกจากโรงพยาบาล ไปอยู่บนเทือกเขาบรรทัด รอยต่อ จ.พัทลุง และ ตรัง ก็ล่วงเลยมากว่า 20 วันแล้ว ในขณะที่การแกะรอย ยังคงดำเนินต่อ ท่ามกลางอุปสรรคมากมาย ที่เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการต้องเจอ โดยเฉพาะ ชุดปฏิบัติการที่เข้าไปร่วมสมทบ และถือเป็นชุดปฏิบัติการที่ค่อนข้างมีความสำคัญในภารกิจครั้งนี้ นั่นก็คือ ชุดปฏิบัติการพิเศษ SINGA หรือ หน่วย  SINGA หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 สงขลา

ชุดปฏิบัติการพิเศษ SINGA ไล่ล่าเสี่ยแป้ง

หนึ่งในเจ้าหน้าที่หน่วย SINGA บอกเล่าถึงการทำงาน รวมทั้งปัญหาและอุปสรรค ในการแกะรอยไล่ล่า “เสี่ยแป้ง นาโหนด” ว่า ชุดของตนจะทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวน เพื่อตรวจสอบและสอดส่องบุคคลต้องสงสัย ซึ่งในพื้นที่ยอมรับว่า ค่อนข้างลำบาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถของชุด ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาในเรื่องของสภาพอากาศและภูมิประเทศ เนื่องจากบางช่วงบางตอนของเส้นทาง จะต้องมีการผ่านพื้นที่แอ่งน้ำ หรือลำห้วย ซึ่งเมื่อสภาพอากาศมีฝนตกตลอดทั้งวัน ส่งผลให้เส้นทางขาด

 

ชุดไล่ล่าเสี่ยแป้ง นาโหนด

 

เจ้าหน้าที่หน่วย SINGA เล่าต่อว่า ขณะที่อุปสรรคอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องของสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทาก หรือสัตว์มีพิษ รวมทั้งบาดแผล ที่บริเวณเท้า ที่เกิดขึ้นจากน้ำกัด หรือ ทากที่กัด ซึ่งในส่วนนี้อาจจะส่งผลให้เกิดแผลติดเชื้อ หรืออักเสบได้ หากไม่ได้รับการรักษา ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเกิดแผล ด้วยสภาพอากาศที่แฉะ และต้องเดินผ่านลำน้ำตลอดเวลา ทำให้แผลอาจเปื่อยได้ ขณะที่ การก่อไฟเพื่อป้องกันสัตว์ใหญ่ หรือยุง ก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ทำให้ “เสี่ยแป้ง” สามารถจับพิกัดของทางเจ้าหน้าที่ได้

 

หน่วยปฏิบัติการพิเศษ SINGA ไล่ล่าเสี่ยแป้ง

“ยืนยันว่า ภูมิศาสตร์ของเทือกเขาบรรทัด มีความซับซ้อนและค่อนข้างเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่ส่วนหนึ่งจะสะดวกในเรื่องของเส้นทาง เนื่องจากบางเส้นทางเป็นพื้นที่ที่ทางชาวบ้าน หรือชาวป่าได้มีการเดินขึ้นลงสัญจรเป็นปกติ ยอมรับว่าในส่วนบนบริเวณเทือกเขาบรรทัด ไม่ได้แตกต่างกับในพื้นที่บริเวณเทือกเขาอื่น ที่เคยเป็นสมรภูมิรบ” เจ้าหน้าที่เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟัง

 

 

เจ้าหน้าที่หน่วย SINGA บอกว่า ในส่วนจุดที่มีการสกัดกั้น “เสี่ยแป้ง นาโหนด” ยังคงสามารถใช้ชีวิตดำรงชีพได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวต้องมองว่า จากที่ลงพื้นที่ไปในบริเวณจุดดังกล่าว ยอมรับว่ามีพืชพันธุ์ ผลไม้ป่า รวมไปถึงในส่วนของสัตว์ป่าและลำธาร ซึ่งสามารถดำรงชีพได้ เพราะในพื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างอุดมสมบูรณ์

เจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่าเสี่ยแป้ง นาโหนด

 

ขณะที่ ล่าสุด วันนี้ (16 พ.ย.2566) เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมปฎิบัติการแกะรอยที่มีชุดแดนไทย 54 ชุดปฏิบัติการพิเศษซิงก้า (SINGA) หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 สงขลา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพลร่ม ตชด.ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี โดยเป็นชุดแกะรอยจากจุดปะทะบนเทือกเขาวันแรก เตรียมเดินทางย้อนกลับไปแกะรอยเส้นทางหลบหนีของ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” ใหม่อีกครั้ง

 

 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แกะรอยเส้นทางหลบหนี ไม่เจอรอยเท้าในระยะห่างจากจุดปะทะ 700 เมตร ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งสู่บ้านป่าพง ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เนื่องจากช่วงแกะรอย มีน้ำป่า มีฝนตก ทำให้สภาพไม่อำนวย จึงจำเป็นต้องเริ่มภารกิจแกะรอยใหม่อีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

ไสว  รุยันต์

logoline