ข่าว

DSI รวบพ่อลูก 'นายทุนหมูเถื่อนข้ามชาติ' คุมสอบขยายผลโยงแหล่งที่มา-ส่งขาย

DSI รวบ 2 พ่อลูก "นายทุนหมูเถื่อนข้ามชาติ" คาสนามบินสุวรรณภูมิ คุมตัวสอบ พบกระจายหมูเถื่อนส่งศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ไปแล้ว อายัดได้เพียงบางส่วน คาดยึดทรัพย์นายทุนได้ภายในเดือนนี้ เชื่อยังมีเกี่ยวข้องอีกหลายราย

14 พ.ย. 2566  ความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  นำตัว 2 พ่อลูก ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับการนำเข้าหมูเถื่อน หลังเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนนำตัวเข้ามาสอบสวนที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยทั้ง 2 พ่อลูกยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ  

 

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ว่าเบื้องต้น ทั้ง 2 คนให้ความร่วมมือดี ส่วนรายละเอียดในการสอบปากคำไม่ขอเปิดเผย แต่สิ่งที่จะต้องสอบปากคำคือ ต้องสอบให้ได้ว่า สั่งหมูมาจากที่ใด และส่งมอบหมูไปยังที่ใดบ้าง  รวมถึงรายละเอียดกลไกในการสั่งหมู 

ดีเอสไอ รวบ 2 พ่อลูกนายทุนสั่งหมูเถื่อนข้ามชาติ

 

 

รวมถึงต้องชี้แจงของกลางที่ยึดมาจากห้องเย็นที่จังหวัดสมุทรสาครให้ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบโดยละเอียด เพื่อการขยายผลไปยังส่วนอื่น เนื่องจากพบความเกี่ยวข้องระหว่างผู้ต้องหากับห้องเย็นของเอกชนอีก 3-4 แห่ง รวมถึงที่ จ.สมุทรสาคร  อีก 3-4 แห่งด้วย

 

พ.ต.ต.สุริยา ระบุอีกว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีการส่งหมูเถื่อนไปยังศูนย์กระจายสินค้าแบบขายส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค ขนาดใหญ่ของประเทศ ส่วนกรณีที่ต้องอายัดสินค้าหรือไม่นั้น เนื่องจากผู้ต้องหานำเข้าหมูเถื่อนมาตั้งแต่ ปี 2564 และรับเป็นคดีพิเศษปี 2566 หมูล็อตแรกๆ ถูกกระจายไปสู่ผู้บริโภคหมดแล้ว จะติดตามก็ทำยาก มีเพียงที่ยังค้างสต๊อกไม่กี่ล็อตที่อายัดกลับมาได้

 

 

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

 

 

ส่วนกรณีที่ นายกรัฐมนตรี สอบถามที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่าเหตุใดถึงยังไม่ยึดทรัพย์ นายทุนหมูเถื่อน พ.ต.ต.สุริยา ชี้แจงว่า ติดปัญหาเรื่องการประสานงานกับ ป.ป.ง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  คดีดังกล่าว เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ศุลกากร และพ.ร.บ.โรคระบาด เข้าข่ายความผิดที่ ป.ป.ง.ยึดทรัพย์ได้ และก่อนหน้าที่จะจับกุมกลุ่มนายทุนได้ ทางดีเอสไอ ได้ประสาน ป.ป.ง.เกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และการยึดทรัพย์แล้ว ซึ่งทาง ป.ป.ง. ก็รับเรื่องดังกล่าวไว้ คาดว่าจะเริ่มยึดทรัพย์ภายในเดือนนี้ และมีเส้นทางการเงินหลายร้อยล้านบาท ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดคาดว่าอยู่ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล

 

นอกจากนี้เชื่อว่ายังมีนายทุนในลักษณะเดียวกับผู้ต้องหาอีกหลายราย รวมถึงต้องทำการตรวจสอบ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมขบวนการอีกไม่ต่ำกว่า 10 คน

 

ส่วนหมายจับ ในกลุ่ม1 กลุ่มชิปปิ้ง มีหมายจับแล้ว 10 หมาย จับกุมแล้ว 6 คน และติดตามตัวอยู่อีก 4 คน ส่วนกลุ่มนายทุนจับหมดแล้ว 2 คน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้จ้างวานนำเข้า และห้องเย็นอีก อยู่ระหว่างขยายผล

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ