ข่าว

เปิดใจ 'ตำรวจ' ชุดจับกุม เยาวชนก่อเหตุยิงใน 'พารากอน' บอกภูมิใจในหน้าที่

เปิดใจ 'ตำรวจ' ชุดเข้าจับกุม เยาวชน 14 ปี ก่อเหตุยิงใน 'พารากอน' บอกภูมิใจในหน้าที่ ยอมรับสถานการณ์จริงกดดัน และพื้นที่กว้าง แต่มุ่งมั่นในการหยุดยั้งคนร้าย

ที่ สน.ปทุมวัน หนึ่งใน 'ตำรวจ' ที่เข้าจับกุม เยาวชน ที่ก่อเหตุยิงใน 'พารากอน' ร.ต.อ.ธัญอมร หนูนารถ รอง สวป.สน.ปทุมวัน ได้เปิดใจเล่านาทีเข้าระงับเหตุ กราดยิง ที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวานนี้ว่า ด้วยความรู้สึกตนเองมองว่า พื้นที่ที่อยู่เป็นแหล่งชุมชนผู้คนพลุกพล่านจึงคาดว่า อาจจะมีการก่อเหตุได้ จึงคิดไว้ตลอดในการเตรียมการฝึกต่างๆและเตรียมพร้อมอุปกรณ์ไว้ให้พร้อม ซึ่งตนเองผ่านการฝึกหลักสูตร Active Shooter การมาปีสองปีแล้วตั้งแต่เกิดเหตุกราดยิงใหญ่ๆ โดยเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. คนปัจจุบัน ที่ได้เน้นย้ำมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เป็น รอง ผบ.ตร.

 

 

ตำรวจ

 

สถานการณ์เมื่อวานนี้ถือว่ากดดันตัวเองมาก เพราะเป็นการเข้าไปในพื้นที่โล่ง เป็นในห้าง เมื่อเข้าไปมองดูไม่รู้วาหลบอยู่ตรงไหน แต่พยายามปฏิบัติตามขั้นตอนยุทธวิธี ซึ่งสถานการณ์จริงแตกต่างจากการฝึกเพราะตอนฝึก ฝึกในพื้นที่แคบ เล็กๆ แต่เมื่อมาเจอสถานการน์จริง เป็นพื้นที่ใหญ่ การจะเคลียร์พื้นที่ยาก และเมื่อเข้าไปในห้างไม่รู้คนร้ายอยู่ตรงไหน กลัวว่า คนร้าย อาจจะยิงมาจากทางไหน แต่จากการฝึกฝนมา คือ นาทีนั้นต้องหยุดคนร้ายในให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันการบาดเจ็บล้มตายที่เพิ่มขึ้น
   

 

โดยสิ่งสำคัญที่เข้าหยุดยั้ง คือ ยุทธวิธีในการเข้าปฏิบัติการ เพราะจะทำให้ทีมงานไม่สับสน จะรู้ว่าใครทำอะไรตรงไหนอย่างไร ถ้าไม่ทำเป็นทีมก็จะต่างคนต่างสับสนว่าจะทำหน้าที่อะไร  ถ้าผ่านการฝึกมา หัวหน้าชุดต้องวางระบบในทีมว่าเมื่อเจอเหตุเจอคนร้ายใครทำหน้าที่อะไร
   

 

ส่วนเหตุผลที่ใช้การเจรจา เพราะจากข้อมูลพบว่าเป็น เด็ก จึงไม่ต้องการใช้ความรุนแรง และเมื่อเจอตัวต้องใช้ยุทธวิธีในการหยุดยั้ง

 

ทั้งนี้การเจรจาแม้จะไม่ได้ฝึกอยู่ในหลักสูตรนี้แต่ประสบการณ์ทำงาน และหลักสูตรอื่นที่ตนเองเคยฝึก ก็ทำให้สามารถใช้ยุทธวิธีในการใช้มาตรการจากน้อยไปหามากก่อนจะใช้กำลัง และเมื่อเจอตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ขณะนั้นพบว่า ผู้ก่อเหตุได้ใช้สายโทรศัพท์ พูดคุยอยู่กับตำรวจ 191 เพื่อเจรจาให้วางอาวุธ แต่ตอนนั้นผู้ก่อเหตุพูดว่า ไม่ได้แล้วคนถือปืนอยู่เยอะมาก ถ้าเขาไม่สู้เขาต้องตาย ดังนั้นเขาจะสู้ ทำให้ตนเองประเมินสถานการณ์ตอนนั้นก่อนเข้าระงับเหตุ ด้วยการอ่านเกม วัดศักยภาพ โดยตำรวจได้แสดงอาวุธว่าห้ามสู้ถ้าสู้ไม่มีวันชนะ และคาดว่าคนร้ายคงใช้ความคิดเลยปล่อยอาวุธทิ้ง 
   

 

ซึ่งในจุดที่ผู้ก่อเหตุยืน คือ อยู่ห้องด้านในสุด ตำรวจจึงละให้กลับหลังกัน เอามือไว้บนหัว และให้เขาคุกเข่าลง จากนั้นก็แบ่งหน้าที่คนไหนเข้าประกบตัวประกัน โคฟเวอร์ ตรวจค้นหาผู้ก่อเหตุรายอื่น และตรวจค้นหาผู้ได้รับบาดเจ็บอื่น

 

 

เปิดใจ ตำรวจ

 

 

ร.ต.อ.ธัญอมร เล่าอีกว่า ที่เข้าไปยังบริเวณชั้น 3 เพราะตนเองจำได้ว่าเริ่มเคลียร์พื้นที่ชั้น 3 ที่แยกกับกำลัง และตนเองมาจับสัญญานการแจ้งพิกัดบริเวณโซนเซาว์ ร้านเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งตอนนั้นมีตำรวจเข้ามาสมบทอีก 2 นาย เลยให้เข้าโคฟเวอร์ประกอบกำลัง และเคลียร์พื้นที่ในแต่ห้องไป โดยในขณะเข้าจับกุม หลังจากที่ได้เจรจา และคนร้ายยอมนั้น ตนเองทำหน้าที่ในการโคฟเวอร์ ส่วนอีกนายได้ใช้เครื่องพันธนาการเข้าคุมตัว ขณะนั้นคนร้ายไม่รับรู้และตอบรับอะไร ท่าทีนิ่งเฉย ครุ่นคิด ลักษณะเหมือนยอมจำนน และไม่ได้มีอาการต่อต้าน ซึ่งขณะนั้น ผู้ก่อเหตุมีสติดี แต่ไม่ค่อยพูด

 

 

ทั้งนี้ส่วนตัวเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุถนัดในการใช้อาวุธ เพราะมีการใช้เข็มขัดเส้นนอกมารัด และขณะที่อยู่หน้างานเจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่า พร้อมสู้และมีความชำนาญ เพราะไม่ได้ง่ายในการจะยิงคนสักคนต้องมีจิตใจและมีความสามารถพอสมควร

 

 

โดย ร.ต.อ.ธัญอมร เล่าอีกว่า ขณะนั้นที่ปฏิบัติหน้าที่มุ่งหวังว่าต้องปฏิบัติสำเร็จและมุ่งมั่นว่าต้องช่วยเหลือคนหยุดฆ่า หยุดยิงให้ได้ ไม่ได้มีอาการประหม่าหรือกลัวเพราะถูกฝึกมาแบบนี้ และตนเองรู้สึกภูมิใจที่สามารถยุติสถานการณ์ได้โดยไม่มีความสูญเสียเพิ่มขึ้น ตนเองและทีมงานไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สายตรวจ สน.ปทุมวัน ถือว่าทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบ
  

 

สำหรับ ร.ต.อ.ธัญอมร เป็นตำรวจมาแล้ว 30 ปี ผ่านการอบรมหลักสูตร Active Shooter Basic เมื่อเดือนกันยายนปี 2021 และได้รับใบประกาศรับรองการฝึกอบรม รวมถึงยังได้เป็นหัวหน้าชุดในการฝึกอบรมให้สถาบันการศึกษา และศูนย์การค้าในพื้นที่ย่านปทุมวันด้วย

 

 

หลักสูตร Active Shooter Basic

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ