ข่าว

ย้อน "เบนท์ลีย์" ชนสนั่นทางด่วน ผ่านไปกี่ชม. ผลแอลกอฮอล์ ไม่เกินกม.กำหนด

ย้อนไทม์ไลน์ นักธุรกิจซิ่ง "เบนท์ลีย์" ชนสนั่นบนทางด่วน หลังทิ้งช่วงเวลานานกว่า 3 ชม. ผลตรวจเลือด พบปริมาณแอลกอฮอล์ ไม่เกินกฎหมายกำหนด

11 ม.ค.2566  จากกรณีอุบัติเหตุ รถยนต์หรู ยี่ห้อเบนท์ลีย์ ชนท้ายรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่  ป้ายแดง ก่อนเสียหลักไปชนขอบทางจนพลิกคว่ำ และถูกรถดับเพลิง อปพร.บางรัก ชนซ้ำ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย โดยเหตุเกิดบนทางด่วน จากถนนสุขสวัสดิ์ มุ่งหน้าดินแดง เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 8 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา 

 

โดยคนขับรถหรูเบนท์ลีย์ ซึ่งทราบในเวลาต่อมาว่าเป็นนักธุรกิจ และยังเป็นนายทุนของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง หลังเกิดเหตุพยายามหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุโดยปฏิเสธในการเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในช่วงแรก ต่อมาคนขับรถเบนท์ลีย์ เดินทางไปที่สถานีตำรวจ  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการลงบันทึกประจำวัน และส่งตัวคนขับไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลตำรวจ 

 

 

 

 

 

นักธุรกิจ ซิ่งเบนท์ลีย์ ชนปาเจโร่ บนทางด่วน

 

 

และที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ซึ่ง พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานจราจร  ชี้แจงว่าในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ขับรถเฉี่ยวชนผู้อื่นเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และได้รับบาดเจ็บ”

 

 

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

 

 

ส่วนกรณี ผู้ต้องหาปฏิเสธการใช้เครื่องมือวัดแอลกอฮอล์ หรือเป่าเมา เนื่องจากคนขับรถเบนท์ลีย์ มีอาการเจ็บบริเวณหน้าอก อาจจะทำให้แรงลมการเป่าไม่เพียงพอ ทำให้เครื่องวัดไม่เสถียร ทางพนักงานสอบสวน จึงใช้วิธีการตรวจเลือด

 

 

 

 

คนขับเบนท์ลีย์ ถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจก่อนส่งตัวไปตรวจเลือดที่รพ.ตำรวจ

 

 

ล่าสุด มีรายงานว่า ผลการตรวจเลือดของคนขับรถ เบนท์ลีย์ จากโรงพยาบาลตำรวจ โดยผลการตรวจเลือดดังกล่าว พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด  ส่วนการตรวจสอบความเร็ว ยังอยู่ที่การตรวจสอบของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลเร็ว ๆ นี้ 

 

อย่างไรก็ตาม หากย้อนไทม์ไลน์ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุในเวลาประมาณ 00.30 - 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวคนขับรถไปตรวจเลือดในเวลาประมาณ 04.00 - 05.00 น. ซึ่งจากข้อมูลทางวิชาการระบุว่า ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย จะถูกตับ ขับออกเฉลี่ย 15-20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์/ต่อชม. 

 

ซึ่งกรณีของคนขับเบนท์ลีย์ ผลการตรวจเลือดมีปริมาณไม่เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หลังจากทิ้งเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง คาดว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดน่าจะเกินกว่าปริมาณที่กฏหมายกำหนด ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ 

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม