ข่าว

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้ "ยกฟ้อง"สรรพสิทธิ์ อดีตผช.อธิการบดี สจล.กับพวก

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้ "ยกฟ้อง"สรรพสิทธิ์ อดีตผช.อธิการบดี สจล.กับพวก
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้ "ยกฟ้อง"สรรพสิทธิ์ อดีตผช.อธิการบดี สจล.กับพวกรวม 4 คดีทุจริตเงิน สถาบันการศึกษา -ฟอกเงินร่วมพันล้าน ส่วนอีก7 คนที่เหลือยืนคุกตามศาลชั้นต้น จำเลยบางคนเตรียมฟ้องกลับถูกกล่าวหามาหลายปี

ศาลอาญามีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์คดีทุจริตเงินสถาบันเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ("สจล") 3 สำนวน ในคคดีหมายเลขดำ อ.1992/2558 , อ.6499/2558, อ.4592/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 11 (อัยการจังหวัดมีนบุรี) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 47ปี อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ จำเลยที่ 1, น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 63 ปี ผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล. ที่ 2 , นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 34 ปี ที่ 3, น.ส. จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ อายุ 34 ปี ที่ 4 , นายสมบัติ โสประดิษฐ์ อายุ 51 ปี ที่ 5 , นางระดม มัทธุจัด อายุ 62 ปี ที่ 6 , นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ อายุ 39ปี ที่ 7, นายภาดา บัวขาว อายุ 35ปี ที่ 8 , นายถวิล พึ่งมา อายุ 68 ปี อดีตอธก.สจล.ที่ 9 , นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อายุ 58ปี อดีตผช.อธก. ที่ 10 , นายสลุต ราชบุรี อายุ 61 ปี ที่ 11 , นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ที่ 12 , นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์ ที่ 13 และนายธวัชชัย ยิ้มเจริญ ที่ 14

ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ , ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม , ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม , เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือผู้อื่นโดยทุจริต , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด , ร่วมกันฟอกเงิน , สนับสนุนพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต , สนับสนุนพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 264, 265, 266, 268, 335, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กร หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3, 4, 8, 11 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3, 5, 7, 10 , 60  
โดยท้ายฟ้องของให้จำเลยทั้ง14 ร่วมกันชดใช้เงิน 950,588,653.22 บาท ให้แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ให้จำเลยทั้งสิบสี่ ร่วมกันชดใช้เงิน 80,000,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 3 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 

 


จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 25 มิ.ย.- 12 พ.ย.55 ต่อเนื่องในปี 2557 พวกจำเลยได้ร่วมกันยักยอกทรัพย์เบียดบังทรัพย์ 689 ล้านบาทเศษ ของ "สจล."ไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต และยังร่วมกันฟอกเงิน 303 ล้านบาทเศษด้วย ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

 


โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 พิพากษาให้จำคุกจำเลยรวม 11 คน "ยกฟ้อง" 3 คน   โดยเห็นว่า การกระทำของ “นายทรงกลด” จำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามฟ้องฐานลักทรัพย์ของนายจ้าง , ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม , ปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม กับฟอกเงิน จำคุกรวม 193 ปี 8 เดือน คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุก 145 ปี 3 เดือน โดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 10 ปี ดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 50 ปี โดยให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืน สจล.โจทก์ร่วมที่ 1 ตามแคชเชียร์เช็ค 2 ฉบับ รวม 80 ล้านบาท และคืนเงิน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีก 636,795,884.80 บาท

ส่วน “น.ส.อำพร” อดีต ผอ.ส่วนการคลัง สจล. จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรฯ ด้วย มาตรา 4,8 รวมจำคุกทั้งสิ้น 203 ปี ลดโทษ 1 ใน 4 คงจำคุก 152 ปี 3 เดือนโดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 10 ปี ดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 50 ปี โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมจำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืน สจล.โจทก์ร่วมที่ 1 ตามแคชเชียร์เช็ค 2 ฉบับ รวม 80 ล้านบาท และคืนเงิน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีก 608,675,884.80 บาท

ส่วนนายพูนศักดิ์ จำเลยที่ 3 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี
น.ส.จันทร์จิรา ที่ 4 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน
นางระดม มัทธุจัด ที่ 6 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 18 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 13 ปี 6 เดือน

นายจริวัฒน์ ที่ 7 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี

นายสรรพสิทธิ์ อดีตผช.อธก. ที่ 10 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 33 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 24 ปี 9 เดือน ให้ร่วมจำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนเงิน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีก 55,972,785.80 บาท

นายสลุต ที่ 11 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี
นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด กก.บริษัทมัทธุจัด จก.ที่ 12 ที่รับโอนเงินจากการฉ้อฉลเข้าบัญชี ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 36 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 27 ปี โดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปีดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 20 ปี
นายสมพงษ์ ที่ 13 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน
และนายธวัชชัย ที่ 14 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน

ให้ "ยกฟ้อง" ในส่วนนายสมบัติ ที่ 5 , นายภาดา ที่ 8 , นายถวิล พึ่งมา อดีตอธก.สจล.ที่ 9


โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ร่วมที่ 1 ทนายโจทก์ร่วม ที่ 2 

จำเลยที่ 4-11 ที่ จำเลยที่ 13,14  ส่วนจำเลยที่ 1,12 พิจารณาผ่านระบบการประชุมทางจอภาพจากเรือนจำกลางคลองเปรม 
จำเลยที่ 2 ปรากฏตัวผ่านจอภาพจาก โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และจำเลยที่ 3 ปรากฏตัวผ่านจอภาพจาก เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 


โดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือเเล้วพิพากษาแก้เป็นว่า ให้"ยกฟ้อง", ​​จำเลยที่ 7,10,13,14  ที่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น


สำหรับจำเลยที่ 1-3 ,6,12 ได้แถลงต่อศาล ขอให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดในวันนี้ ศาลอนุญาตให้ออกหมายจำคุกถึงที่สุด


นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความเปิดเผยว่า คดีนี้ มีข้อพิรุธตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากเงินของสถาบันการศึกษาถูกยักยอกไปก่อนที่นายถวิลจะมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี แต่กลับโยนความผิดให้กับนายถวิล กล่าวหาว่า เป็นผู้ยักยอกคนเดียวทั้งหมด ซึ่งคดีนี้มีข้อพิรุธหลายกรณี เช่น การมอบอำนาจให้นักการภารโรงทำหน้าที่ในการเบิกจ่ายเงินจำนวน 150 ล้านบาท ของสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ 
ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ตำรวจสอบสวนกลาง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามารับผิดชอบในการสอบสวนดำเนินคดีเพิ่มเติมเนื่องจากเชื่อว่ายังมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอีกหลายคน
ส่วนการเรียกร้องความเป็นธรรม นายถวิล อยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนคดีและคำเบิกความคดีนี้ เพื่อประกอบการยื่นคำร้องตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


ขณะที่นายภาดาจำเลยที่ 8 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง เปิดเผยว่า มอบหมายให้ทนายความรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อฟ้องร้องเอาผิดกลับ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการกล่าวหาทุกคน เพราะที่ผ่านมาชีวิตและการทำงาน ได้รับผลกระทบจากการกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตนี้ ซึ่งวันนี้ผ่านมา 4 ปี 8 เดือน ถือว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์และได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมแล้ว

logoline
logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด