เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 ที่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ (ศปก.พม.) เครือข่ายองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ ร่วมหารือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและควมมั่นคงของมนุษย์ โดยรองปลัดกระทรวง แรมรุ้ง วรวัธ และโฆษกรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก เพื่อติดตามสถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลต่อรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกา 

นายรณสิทธิ์ บอกด้วยว่า คดีวิคตอเรียซีเคร็ท เครือข่าวต่อต้านการค้ามนุษย์ ติดตามมากว่า 3 ปี จนปัจจุบันกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยคิดว่ายังไม่ถึงที่สิ้นสุด ไม่สามารถนำตัวเจ้าของวิคตอเรียซีเคร็ทมาเข้ามาสู่กระบวนยุติธรรม และเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาทางมูลนิธิรณสิทธิ์ และ 13 องค์กร ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี และสำนักงานอัยการสูงสุด และอีกหลายหน่วยงาน เพื่อที่จะให้มาตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของอัยการ ในการสั่งไม่ฟ้อง นางนิภา และนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ ซึ่งมีความเชื่อว่าเป็นหนึ่งในเจ้าของสถานบริการ คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สิ้นสุดไปเรียบร้อยแล้ว จึงต้องการทราบว่าการใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องนั้นถูกต้องด้วยกฎหมายหรือไม่ และใช้พยานหลักฐานอะไรในการสั่งไม่ฟ้อง พิจารณาอย่างไร แต่ 1 ปีที่ผ่านมาที่ได้มีการไปยื่นหนังสือและติดตามผล 3-4 ครั้ง ยังไม่ได้คำตอบ เร็ว ๆ นี้ทางรณสิทธิ์ได้ไปยื่นหนังสือเพื่อที่จะพยายามทวงถามอีกครั้งต่อท่านอธิบดีอัยการคดีค้ามนุษน์ 
 

ส่วนหมายแดง ผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศ พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ที่จะต้องไปขอออกหมายแดง จากที่มีตรวจสอบหมายแดงของนายกำพล ปัจจุบันยังไม่พบว่ามีหมายแดงนายกำพล ดังนั้น จึงมีคำถามต่อเจ้าหน้าที่ในภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงเหตุใดเมื่อทราบว่าผู้ต้องหารายสำคัญหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ เหตุใดจึงไม่ติดตามดำเนินการในการนำตัวผู้ต้องหากลับมาเข้าสู่ขบวนการยุติธรรม

ดังนั้น เชื่อว่าคดีของวิคตอเรียซีเคร็ทจะส่งผลต่อการรายงานสถานการณ์การค้ามนุษณ์ในประเทศของประชาคมโลกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาได้พยายามที่จะตรวจสอบความเคลื่อนไหวในคดี ซึ่งที่ผ่านมาคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด ทางรัฐบาลไทยจึงไม่สามารถที่จะนำคดีสถานบริการวิคตอเรีย ซีเคร็ท เข้าไปรวมกับผลงานของประเทศได้ 

น.ส.ชลีรัตน์ ทิมบุตร ผู้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์สตรี เปิดเผยว่า เครือข่ายค้ามนุษย์ 13 องค์กร มีความกำลังว่าตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ในกรณีนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ทำให้เกรงว่าจะซ้ำรอยกรณีภรรยา และบุตรชายนายกำพล คือ นางนิภา และนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ ที่อยู่ในสำนวนคดีเดียวกัน แต่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง