วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประเวศ คุมตัวนางสาวพลอยไพลิน คุณานุกรกุล อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาฆ่าปาดคอนายวิชาญ มะลิทอง หรือแดง อายุ 46 ปี ไปฝากขังศาลอาญาพระโขนงผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาอาวุธมีด ไปในเมืองหมู่บ้านและทางสาธารณะฯ โดยท้ายคำร้องได้คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นอุกฉกรรจ์ ซึ่งระหว่างการนำตัวขึ้นรถคุมขัง ผู้ต้องหา ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ด้าน พ.ต.ท. ชรินทร์ อิ่มเอม รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ประเวศ ยืนยันจากการสอบปากคำผู้ต้องหา พบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้นัดผู้ก่อเหตุให้มาคุยเคลียร์ปัญหากัน เรื่องที่ผู้ก่อเหตุต้องการยุติความสัมพันธ์ โดยในวันดังกล่าวผู้ก่อเหตุขับรถยนต์ ยี่ห้อมาสด้า 2 จอดที่บริเวณเสรี-อ่อนนุช ซอย 17 ใกล้ที่เกิดเหตุ

จากนั้นผู้ตายได้ขับรถโตโยต้า วีออสสีขาวไปรับผู้ก่อเหตุ และมาจอดบริเวณ เสรี-อ่อนนุช ซอย19 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่าระหว่างการเคลียร์ปัญหาภายในรถ ผู้ตายพยายามจะล่วงละเมิดทางเพศ ด้วยการถอดเสื้อผ้า และพยายามปลุกปล้ำ ใช้กำลังบีบคอ และต่อยท้อง1ครั้ง

ขณะที่ผู้ก่อเหตุพยายามดิ้นรน หวังเอาชีวิตรอด โดยผู้ก่อเหตุใช้มือคลำสะเปะสะปะในความมืดก็เจอเข้ากับมีดปอกผลไม้ที่ตกอยู่ในรถ จึงคว้ามีดมาปาดคอผู้ตาย ทำให้ผู้ตายตกใจ รีบใส่กางเกงและวิ่งหนีตายออกจากรถโดยที่ผู้ก่อเหตุไม่รู้ว่าผู้ตายเดินออกไปในทิศทางใด 

 

ขณะเดียวกันทันทีหลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุ ได้นำเสื้อผ้า ที่ถูกผู้ตายถอดทิ้งไว้ที่เบาะด้านหน้ารถมาสวมใส่ และลงมาจากรถ จนมาเจอเข้ากับร่างของนายวิชาญ ที่นอนหมดสติอยู่ข้างรถ เมื่อเห็นดังนั้นผู้ก่อเหตุจึงไปหยิบกระเป๋า และโทรศัพท์ของผู้ตายที่บริเวณคอนโซลหน้ารถ รวมไปถึงมีดที่ใช้ก่อเหตุ

จากนั้นได้นำมีดที่ก่อเหตุไปอำพรางด้วยการปักลงไปที่พงหญ้าข้างทางห่างจากหน้ารถประมาณ3เมตร และทำลายโทรศัพท์ของผู้ตายก่อนจะโยนทิ้งลงไปที่พงหญ้าใกล้ที่เกิดเหตุ เนื่องจากผู้ตายเคยอ้างว่าในโทรศัพท์มีคลิปลับที่ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน โดยตลอดระยะเวลาผ่านมา ที่ผู้ก่อเหตุต้องการเลิกรา ยุติความสัมพันธ์ ผู้ตายมักจะนำคลิปดังกล่าวมาข่มขู่ ว่าหากเลิกจะนำคลิปไปเผยแพร่

หลังจากทำลายหลักฐานผู้ก่อเหตุได้นั่งตั้งสติข้างรถที่เกิดเหตุประมาณ15นาที ก่อนจะโทรหานายโอ๊ตแฟนหนุ่มให้มารับ ต่อมานายโอ๊ตได้ขับรถยนต์มารับผู้ก่อเหตุออกจากที่พื้นที่ ระหว่างที่นั่งในรถนายโอ๊ตได้มีการสักถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผู้ก่อเหตุจึงเล่าให้ฟัง นายโอ๊ตจึงพาผู้ก่อเหตุขับรถมาจอดที่หน้า สน. ประเวศ นานประมาณ 53 นาที เพื่อตัดสินใจจะเข้ามอบตัวหรือไม่ แต่สุดท้ายผู้ก่อเหตุไม่ยอมมอบตัว นายโอ๊ตจึงพาผู้ก่อเหตุหลบหนี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด

ทั้งนี้จากการตรวจสอบรถคันเกิดเหตุพบผ้าดำขนาดใหญ่ขึงอยู่ที่กระจกด้านหลัง คล้ายกับการเตรียมการมาเพื่อมีความสัมพันธ์กับผู้ต้องหา และป้องกันไม่ให้คนภายนอกเห็น

ส่วนคดีทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ติดต่อไปยังนายโอ๊ต แฟนหนุ่มผู้ต้องหา ให้มาสอบปากคำ ว่าขณะที่นายโอ๊ตไปรับผู้ต้องหาออกจากที่เกิดเหตุนั้น นายโอ๊ตรู้เรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อนหรือไม่ ทั้งนี้ภายใน7วัน หากนายโอ๊ตไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวนจะมีการออกหมายเรียก ส่วนจะออกหมายจับได้หรือไม่นั้นต้องดูพฤติการณ์ ความเชื่อมโยง และหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงมากน้อยเพียงใด ถ้าหากนายโอ๊ตรู้เรื่องราวก่อนเกิดเหตุ ก็จะเข้าข่ายความผิดที่ออกหมายจับได้

อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกาย พบว่าผู้ต้องหากำลังตั้งครรภ์ จึงคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องการยุติความสัมพันธ์กับผู้ตาย อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังรอผลนิติวิทยาศาสตร์ ลายนิ้วมือจากด้ามมีด และโทรศัพท์มือถือ เพื่อตรวจสอบว่ามีลายนิ้วมือบุคคลอื่นหรือไม่ เพื่อนำมาประกอบสำนวนต่อไป