เกิดขึ้นอีกแล้วกับการเข้ารับบริการเสริมความงามแล้วสุดท้ายต้องจบชีวิต โดยรายล่าสุดเกิดขึ้นกับ นางศรัณย์ภัทร์ กาญจนสุวรรณ์ อายุ 54 ปี สาวใหญ่เข้ารับบริการกับคลินิกชื่อดัง เพียงเพราะต้องการดูดไขมัน แต่สุดท้ายต้องเสียชีวิตภายหลังเข้ารับบริการเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น โดยญาติเกิดความสงสัยในเรื่องมาตรฐานของคลินิกแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์ ยา รวมถึงแพทย์ที่ทำหน้าที่ในวันเกิดเหตุ 

ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาทำให้เกิดการตั้งข้อสงสัยว่า เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนไหนในระหว่างการเข้ารับบริการ ทำให้เกิดการสูญเสีย โดยเรื่องนี้ ทาง ทีมข่าวอาชญากรรม ได้พูดคุยกับแพทย์เจ้าของคลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่ง ระบุว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับการทำศัลยกรรมของสถาบันหรือคลินิก สามารถจำแนกได้เป็นข้อใหญ่ ๆจำนวน 8 ข้อด้วยกัน

ถอดบทเรียน สวยเสี่ยงตาย-ดูดไขมัน

ถอดบทเรียน สวยเสี่ยงตาย-ดูดไขมัน

 1.ความผิดพลาดที่เกิดจากการให้ปริมาณยาต่อคนไข้ เช่น ยาชา ยาสลย และยานอนหลับ ที่อาจจะให้ในปริมาณที่มากเกินไป จนทำให้เกิดผลกระทบต่อสมอง หรือหัวใจ ของคนไข้ จนอาจเสียชีวิต

     2.ความไวต่อยาของคนไข้ ซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ เนื่องจากแต่ละคนมีความไวต่อยาแตกต่างกัน

3.ความบกพร่องต่อการเตรียมอุปกรณ์ในการผ่าตัดและอุปกรณ์การกู้ชีพของคนไข้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น รวมถึงยาเวชภัณฑ์

4.การไม่มีความรับผิดชอบของแพทย์บางคนที่ไม่อยู่กับคนไข้ในระหว่างขั้นตอนต่างๆของการผ่าตัด

5.การมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่แพทย์มาทำหน้าที่ต่างๆแทน

6.ความผิดพลาดจากการให้ยา ซึ่งอาจจะมีการให้ยาผิดประเภทจนมีผลกระทบต่อคนไข้

7.ความสามารถในการช่วยเหลือหรือการกู้ชีพคนไข้เบื้องต้น

8.การโฆษณาชวนเชื่อ หรือให้ข้อมูลที่เกินจริง ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์ในการผ่าตัด หรือการใช้โปรโมชั่นที่ดึงดูดใจคนที่ต้องการทำศัลยกรรม รวมถึงการให้ข้อมูลที่หลอกลวงผู้บริโภค เช่น การอวดโอ้ว่าเป็นแพทย์ที่มีความเก่งกาจเชี่ยวชาญ หรือ การให้ความเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยที่คนไข้จะได้รับ แต่ในความเป็นจริงกลับไม่มีคุณภาพอย่างที่โอ้อวดไว้เลย

ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนายแพทย์ วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์ กรรมการสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ระบุว่า เรื่องของการทำศัลยกรรมนั้น จะต้องไม่เกิดความผิดพลาดใน 4 ปัจจัยหลัก คือ แพทย์ สถานพยาบาล หัตถการ และคนไข้ ซึ่งหากไม่มีข้อผิดพลาดใน 4 ข้อนี้ ปัญหาต่างๆก็จะไม่เกิดขึ้น

หากผู้ที่สนใจจะเข้ารับการทำศัลยกรรม สามารถตรวจสอบประวัติของแพทย์ได้ไม่ยาก เพียงแค่เข้าไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของแพทยสภา ซึ่งจะมีรายละเอียดของแพทย์แต่ละคนที่ได้รับการรับรองไว้

ส่วนเรื่องของสถานพยาบาลหรือคลินิกเอง ก็จะต้องรู้ข้อจำกัดของตัวเองว่าสามารถให้บริการคนไข้ได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงการดูแลคนไข้อย่างต่อเนื่อง ไม่ทิ้งขว้างคนไข้ ขณะที่ด้านการหัตถการ ก็จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับคนไข้ เช่น อธิบายให้ชัดเจนว่า การดูดไขมันไม่ใช่การลดความอ้วน ซึ่งการลดความอ้วนจะต้องใช้การออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร หรืออาจจะใช้วิธีอื่นช่วยควบคู่กันไป อย่าง การสลายไขมันด้วยความร้อน หรือสลายไขมันด้วยเทคนิคทางการแพทย์อื่นๆ

นอกจากนี้ ตัวของคนไข้เอง ก็จะต้องดูแลตัวเองให้มากที่สุดหลังจากการเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรม

นายแพทย์ วิษณุ ยังบอกอีกว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ความสูญเสีย ก็คือ การโฆษณาชวนเชื่อที่มากเกินไป การสร้างโปรโมชั่นที่เน้นผลทางธุรกิจ เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนทั่วไปเข้ามาซื้อโปรโมชั่นศัลยกรรม

ส่วนการแก้ปัญหานั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะมีการออกกฎหมายรองรับ หรือข้อกำหนด หรือแม้แต่ข้อห้ามกับบุคคลที่ไม่ได้รับวุฒิบัตรศัลยแพทย์ ซึ่งได้รับการรับรองจากราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย เพราะปัจจุบันมีคนที่ไปรับการอบรมหลักสูตรศัลยกรรมในต่างประเทศ เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก็มาเปิดให้บริการแล้ว

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ประเทศไทยควรจะมีการผลิตบุคลากรด้านศัลยแพทย์ให้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน เราผลิตศัลยแพทย์เฉลี่ย 30 คนต่อปีเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการที่ประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นฮับในการทำศัลยกรรม