จากกรณีนางสาวพลอยไพลิน คุณานุกรกุล อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าปาดคอ นายวิชาญ มะลิทอง “ครูมวย” และเจ้าของค่ายมวยชื่อดังย่านรามคำแหง2 เสียชีวิตข้างรถบริเวณปากซอยหมู่บ้านเสรี - อ่อนนุช 19 เขตประเวศ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวน และขออนุมัติศาลจังหวัดพระโขนง ออกหมายจับ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

 

 

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พันตำรวจโทชรินทร์ อิ่มเอม รอง ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากคำเพิ่มเติม นางสาวพลอยไพลิน คุณานุกรกุล อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าปาดคอ นายวิชาญ มะลิทอง “ครูมวย” และเจ้าของค่ายมวยชื่อดังย่านรามคำแหง2

 

พบพิรุธฆ่า "ครูมวย" เค้นสอบขยายผลบ่ายนี้

โดยในช่วงเช้าวันนี้ยังไม่มีการคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากผู้ต้องหานัดทนายความ เพื่อเข้าร่วมรับฟังการให้ปากคำเพิ่มเติมในช่วงบ่าย ดังนั้น จึงต้องรอสอบปากคำให้เสร็จสิ้น ก่อนพิจารณาว่าจะพาไปทำแผนฯ หรือไม่

 

ส่วนที่เข้าไปพูดคุยกับผู้ต้องหา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อต้องการสังเกตว่า ผู้ต้องหามีอาการเครียดหรือไม่ เพราะต้องระวังในทุกขั้นตอน ซึ่งส่วนหนึ่งเข้าใจว่า เกิดจากที่ผู้ต้องหาถูกสอบปากคำอย่างหนัก นานกว่า 8 ชั่วโมง และยังคงยืนยันคำให้การว่า เป็นคนฆ่าครูมวย แต่เพียงผู้เดียว

 

“จากการสอบปากคำ ทราบว่า สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ เพราะต้องการป้องกันตัวเอง จากการกระทำบางอย่างของผู้เสียชีวิต ซึ่งรายละเอียดบางอย่างยังเปิดเผยไม่ได้” รอง ผกก.สน.ประเวศ กล่าว  

 

 

 

พันตำรวจโทชรินทร์ เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังสอบสวนในทุกประเด็น ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคดีการทำร้ายร่างกายครูมวย หรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ก็เชื่อว่า มีส่วนเกี่ยวข้องบางอย่าง แม้ว่าผู้ที่ก่อเหตุในครั้งที่แล้ว จะไม่ได้ลงมือในครั้งนี้ก็ตาม สำหรับปมเหตุในการลงมือ ยังคงเป็นประเด็นชู้สาว ที่ผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตมีการนัดหมายไปเจรจากันก่อนเกิดเหตุ

 

พบพิรุธฆ่า "ครูมวย" เค้นสอบขยายผลบ่ายนี้

ส่วนที่จะมีใครให้การช่วยเหลือหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่จะมีการติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน สอบปากคำทุกคน หากมีหลักฐานเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยง อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้จึงจะนำผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาพระโขนงฝากขังอีกครั้ง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีอุกฉกรรจ์ที่มีอัตราโทษสูง

 

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากชุดสืบสวนว่า ตามคำให้การของผู้ต้องหา อ้างว่าขณะเกิดเหตุมีการเจรจากันภายในรถ เพื่อขอยุติความสัมพันธ์กัน แต่เกิดมีปากเสียง และผู้เสียชีวิตพยายามบีบคอผู้ต้องหา ผู้ต้องหาจึงคว้ามีดที่เตรียมมาปาดคอ "ครูมวย" ที่เสียชีวิตไป 1 ครั้ง ก่อนจะนั่งทบทวนว่า จะหลบหนีหรือเข้ามอบตัว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจนำอาวุธมีด และโทรศัพท์มือถือไปโยนทิ้ง และหลบหนีไปตั้งหลัก