จากกรณีนางศรัณย์ภัทร์ กาญจนสุวรรณ์ อายุ 54 ปี น้องสาวของอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชหญิงเข้ารับบริการดูดไขมัน ภายในคลินิกย่านรามคำแหง 24 และเสียชีวิตระหว่างการรักษา

โดยล่าสุด นางยุ้ย(นามสมมติ) ผู้ที่เคยเข้ารับบริการการดูดไขมัน โดยนางยุ้ยเล่าให้ฟังว่า เมื่อ2ปีที่แล้ว ตนได้มีโอกาสเข้ารับการดูดไขมันที่คลินิกดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่ากลัวมาเพราะเป็นการเสริมความงามครั้งแรก เมื่อเข้าไปก็มีแพทย์คนดังกล่าวมาสอบถามวินิจฉัย รวมไปถึงมีการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลใกล้เคียง เพื่อเตรียมความพร้อมให้การดูดไขมัน

"ตอนนั้นรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะมีแพทย์มาสอบถามแล้วตรวจวินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะดูดไขมันทั้งตัวในครั้งเดียว แต่เมื่อไปเห็นสถานประกอบการจึงตัดสินแบ่งออกเป็น2ครั้งโดยครั้งแรกดูดไขมันที่หน้าท้อง"

เธอเล่าอีกว่า ตอนเข้ารักษาจำได้ว่ามีแพทย์คนเดิมที่ให้คำปรึกษา พร้อมทีมงานซึ่งเป็นผู้หญิงรวม5-6คน เข้ามาให้บริการ ซึ่งก่อนการดูดไขมันทีมงานได้ฉีดยาชาเฉพาะจุด เมื่อยาชาออกฤทธิ์ทีมงานได้เริ่มทำการเจาะบริเวณหน้าท้องเพื่อสอดท่อดูดไขมัน โดยตลอดการทำหัตถการ ผู้ช่วยแพทย์จะเป็นคนทำทั้งหมด โดยมีแพทย์สูงอายุคนเดิมเดินเข้ามาดูเป็นระยะ

"ระหว่างดูดไขมันปรากฏว่าเครื่องมือที่ใช้ช็อต ส่งกลิ่นเหม็น แพทย์รีบเปลี่ยนเครื่องใหม่ พร้อมกับบอกว่าเครื่องนี้ใช้งานมานานกว่า10ปีแล้ว คุ้มราคาที่ซื้อมา ซึ่งหลังจากเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้ว ทางทีมงานก็ทำการดูดไขมันต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

 

 

น.ส.ยุ้ย  เล่าอีกว่า ระหว่างที่ดูดไขมัน ทางทีมผู้ช่วยแพทย์ เดินเข้าเดินออก เหมือนเป็นเรื่องปกติ มีการทักพูดคุยกันเรื่องอาหารการกิน และเหมือนบางคนนำอะไรเข้ามากินในห้องที่ดูดไขมันด้วย ตอนนั้นรู้สึกกลัวมาก เพราะดูเหมือนว่าไม่มีมาตรฐานด้านความสะอาด ใครจะเข้าจะออก ใครจะกินอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ หลังจากที่ดูดไขมันในครั้งแรกเสร็จ ตนได้เข้าดูดไขมันอีกครั้งที่ 2 บริเวณแขนและขาทั้ง2ข้าง

"ครั้งนี้เห็นแต่ทีมผู้ช่วยแพทย์ ไม่เห็นแพทย์ ทำจนเสร็จก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ยังเคยถามว่า โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือที่ไหน ผู้ช่วยแพทย์ถามว่าทำไมต้องถามแบบนี้ จึงบอกไปว่า หากเกิดอะไรขึ้นจะได้รีบไปรพ. ซึ่งทางผู้ช่วยแพทย์ ตอบมาว่า ไม่เป็นอะไรหรอก เพราะไม่เคยเกิดเหตุไม่ดี  ตอนนั้นกลัวนะรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่เสียดายเงิน และปัจจุบันผลที่ได้จากการดูดไขมันก็ไม่ได้ดั่งใจ ขาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน แถมผิวด้านนอกก็เป็นรอยยุบเหมือนถนนที่ไม่เรียบ" 

ท้ายที่สุด เธอบอกอีกว่า หลังรู้ข่าวว่ามีคนเสียชีวิตที่คลินิกแห่งนี้ รู้สึกตกใจมาก เพราะเคยไปใช้บริการ ส่วนสาเหตุในครั้งนี้ไม่ทราบว่าเกิดจากเหตุอะไร แต่ก็อยากตั้งคำถามว่า จากประสบการณ์ตัวเองว่า ตอนเกิดเหตุใครเป็นคนดูดไขมัน แพทย์อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยหรือไม่ ทำไมถึงช่วยชีวิตไว้ไม่ได้

"อยากฝากไปถึงผู้หญิงเรา ว่าการอยากสวยไม่ผิด การเสริมความงามก็ไม่ผิด แต่ต้องดูให้ดีว่าสถานเสริมความงามนั้นกระทำโดยแพทย์หรือทีมแพทย์กันแน่ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมาอำนาจในการตัดสินใจ หรือการช่วยเหลือแพทย์จะทำได้ดีกว่า" น.ส.ยุ้ย บอกทิ้งท้าย