เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ 20 ก.พ. 64 พ.ต.ท.ปฐมพร ปราบปัญจะ สว.สอบสวน สภ.คลองเต็ง ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม คนร้ายเสียชีวิตภายในสวนยางพารา พื้นที่ ม.5 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอยพร้อม พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ตรัง พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองตรัง แพทย์เวร รพ.ศูนย์ตรัง ฝ่ายปกครอง และอัยการจังหวัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง

ถึงที่เกิดเหตุอยู่ภายในสวนยาง ริมเนินเขา พบศพชายไม่ทราบชื่อ-สกุล และสัญชาติ อายุประมาณ 40 ปี นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล ทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีแดง-ขาว นุ่งกางเกงขายาวสีน้ำเงิน จากการชันสูตรพลิกศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบชนิด เข้าที่ศีรษะด้านหลัง 1 นัด กระสุนฝังใน หน้าขาขวา 1 นัด หน้าขาซ้าย 3 นัด นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ตรวจสอบภายในตัวไม่พบเอกสารยืนยันตัวตนหรือสิ่งของใดๆ สวมสร้อยคอ ห้อยพระแม่อุมาเทวี ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางสายภาคกลาง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ชายคนดังกล่าวซึ่งไม่มีใครทราบว่าเป็นใครมาจากไหน โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุพยายามจะปล้นรถ จยย.ของชาวบ้านที่ขับอยู่บนถนนสายเลี่ยงเมืองตรัง-คลองเต็ง แต่เจ้าของรถได้ต่อสู้ขัดขวาง ก็เลยไม่ได้รถไป ก่อนจะวิ่งไปบริเวณหน้าร้านขายของชำ ชื่อร้านนาขายสาร พื้นที่ หมู่ 9 ต.นาท่ามเหนือ ซึ่งอยู่ริมถนนสายเลี่ยงเมืองดังกล่าว เพื่อจะชิงรถ จยย.อีกครั้ง แต่ได้มีการต่อสู้ขัดขืนกับเจ้าของรถ จยย.ไม่สำเร็จ จึง ได้วิ่งปรี่ออกมาบ้านหลังที่ 2 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามห่างกันประมาณ 150 เมตร เปิดเป็นร้านขายศาลพระภูมิ ได้เข้าไปขู่จะของร้านเพื่อให้เอากุญแจรถมาให้ โดยที่ไม่ได้ใช้อาวุธใดๆ แต่ทางเจ้าของรถไม่ให้ แต่บังเอิญชายดังกล่าวได้เห็นกุญแจรถตั้งอยู่พอดี จึงคว้าออกมา ติดเครื่องรถยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดราก้อนอาย ทะเบียน บจ 4815 ตรังขับออกไปทันที มุ่งหน้าไปทาง ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง บนถนนสายเลี่ยงเมือง วงแหวนรอบนอก

ทำให้เจ้าของรถยนต์พร้อมด้วยเพื่อนบ้านได้ติดตามไล่ล่ามาในระยะประชิด ก่อนคนร้ายจะตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดในป่ารกทึบริมเนินเขา ใกล้กับริมถนนสายวงแหวนรอบนอก และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที และได้มีการวิทยุประสานกำลังทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.เมืองตรัง กก.สส.ภ.จว.ตรัง กว่า 10 นาย ติดตามไล่ล่า และทราบข่าวว่าคนร้ายได้หลบหนีเข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งได้วิ่งผ่านเนินเขาจากจุดที่ทิ้งรถ ทำให้ทาง จ.ส.อ.วิทยาพร รักแก้ว หรือจ่ามิกกี้ ผบ.หมู่งานสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ตรัง ซึ่งเป็น 1 ในเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมปฎิบัติงานในครั้งนี้ ได้นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.โดยมีชาวบ้านขับมา ก่อนจะพบเข้ากับคนร้าย จึงได้สั่งให้นั่ง อย่าต่อสู้ แต่คนร้ายกลับไม่ยอม จึงได้เกิดการชกต่อยกันเกิดขึ้น และคนร้ายได้วิ่งหลบหนีมาในจุดเกิดเหตุ ทำให้ จ.ส.อ.วิทยาพร รักแก้ว หรือจ่ามิกกี้ ได้วิ่งตามมาในระยะประชิด ก่อนที่คนร้ายจะใช้มือขวากดปลายกระบอกปืน และยื้อแย่งปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการวิสามัญฆาตกรรม

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการวิสามัญฆาตกรรมอ้างว่า ในระหว่างที่คนร้ายได้ยื้อแย่งอาวุธปืนของตนเองอยู่นั้น มือขวาได้ชักอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ที่พกติดตัวมา ได้ลั่นไกยิงมา 1 นัดแต่ปรากฏว่ากระสุนด้าน ก่อนจะวิสามัญฆาตกรรมในที่สุด โดยทางเจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง ได้ทำการตรวจสอบและเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนหน้านี้แล้ว

ขณะที่ พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้ลงมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมกับระบุว่า คนร้ายน่าจะไม่ใช่เป็นคนในพื้นที่ น่าจะมาจากที่อื่น อีกทั้งสวมพระแม่อุมาเทวี ซึ่งคนในภาคใต้ไม่นิยมกัน ซึ่งจะต้องติดตามตัวคนร้ายว่าเป็นใครมาจากไหน และทำการสืบสวนผู้เสียหายอีกครั้ง ด้วยคนร้ายมีอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ และได้ลั่นไกยิงแล้ว แต่กระสุนด้าน พร้อมมีกระสุนปืน .38 อยู่ในกระเป๋าผู้ตายอีก 3 นัด ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป. หมายเหตุ : เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเสียงสัมภาษณ์ (สวมเสื้อกั้ก police) ไม่ใช่ จ.ส.อ.วิทยาพร รักแก้ว หรือจ่ามิกกี้ ผบ.หมู่งานสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ตรัง แต่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง