"สุรเชษฐ์ เลิศสัจญาณ" อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234/161 ซอยสรณคมน์ศึกษา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ อดีตนายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ถูกพบเป็นศพในลักษณะพิกลพิการข้างต้น ริมสระน้ำหลังห้างคาสเซิลมอลล์ หมู่ 2 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ห่างออกไปพบรถกระบะเชฟโรเลต ทะเบียน ตธ 5065 กรุงเทพมหานคร ภายในรถพบศพ "สุจิตพรรณ์ กุมุทสุทธิกุล" อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 173 หมู่ 4 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ภรรยา เสียชีวิตในลักษณะถูกปาดคอจนหลอดลมขาด เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา

 หลักฐานหลายอย่างโดยเฉพาะจดหมายบ่นน้อยเนื้อต่ำใจปนหวาดระแวงว่า ภรรยาจะหนีไปมีสามีใหม่เป็นชาวต่างชาติ บ่งชี้ไปในทำนองว่าสุรเชษฐ์น่าจะเกิดความหึงหวงแล้วลวงภรรยามาฆ่า แล้วฆ่าตัวตายตามหนีความผิด แม้แต่ญาติของสุจิตพรรณ์เองก็ให้การยืนยันถึงพิษรักแรงหึงระหว่างฝ่ายชายที่มีต่อฝ่ายหญิง ครั้งหนึ่งถึงกับบังคับกรอกยาพิษแล้วกินยาพิษฆ่าตัวตายตาม โชคดีที่ญาตินำส่งโรงพยาบาลช่วยเหลือไว้ได้ทัน

 ตั้งแต่ครั้งนั้นสุจิตพรรณ์ก็หนีกลับมาอยู่บ้าน ทำงานเป็นพนักงานรีสอร์ทแห่งหนึ่ง พร้อมทั้งอาสาเป็นไกด์พาฝรั่งเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวในเมืองกาญจน์ เพื่อหารายได้เสริม แต่สุรเชษฐ์ตามมางอนง้อและเฝ้าประกบไม่ยอมห่าง จึงยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ก่อนจะมากลายเป็นศพทั้ง 2 คน สุรเชษฐ์ขับรถกระบะไปรับสุจิตพรรณ์ออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม แล้วอีก 2 วันต่อมาก็พบเป็นศพแล้ว

 แม้ว่าญาติผู้ตายทั้งสองฝ่าย หรือแม้แต่พยานหลักฐานจะให้น้ำหนักไปที่การฆ่าตัวตาย แต่การตายที่ผิดธรรมชาติของสุรเชษฐ์ก็ชวนให้ขบคิด !?!

 "จากการตรวจที่เกิดเหตุและหลักฐานต่างๆ บ่งบอกว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย โดยนายสุรเชษฐ์ พา น.ส.สุจิตพรรณ์ ภรรยามาตกลงปัญหาครอบครัว เนื่องจากฝ่ายชายซึ่งพิการหูหนวก เป็นใบ้ ระแวงว่าภรรยาจะนอกใจไปคบหากับชายชาวต่างชาติ แล้วตกลงกันไม่ได้ จึงใช้มีดปาดคอและแทงภรรยาจนเสียชีวิต จากนั้นจึงกินยาแลนเนทฆ่าตัวตาย โดยกระเสือกกระสนออกมาอาเจียนนอกรถ แต่ยังไม่ตายสมใจจึงใช้มีดแทงตัวตายก็ยังไม่ตายอีก จึงยกท่อนคอนกรีตให้ทับศีรษะ" พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี สันนิษฐาน

 อย่างไรก็ดี ถึงตอนนี้ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี ก็ยังไม่ได้สรุปสำนวนว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือคดีฆาตกรรม ยังต้องรอผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อีกหลายรายการ ทั้งจากแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพ สถาบันนิติเวชวิทยา รวมถึงผลตรวจสารพิษในร่างกาย และผลตรวจลายนิ้วมือแฝงในรถและรอบๆ ที่เกิดเหตุ จึงจะสามารถสรุปอย่างเป็นทางการได้

 "แม้จะพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าไม่น่าจะเป็นฆาตกรรม รวมถึงพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้องก็ตาม แต่ตำรวจจะไม่เร่งสรุปใดๆ เพราะตอนไปตรวจที่เกิดเหตุครั้งแรก ก็ตั้งข้อสังเกตลักษณะการเสียชีวิตของนายสุรเชษฐ์ว่า เพราะเหตุใดถึงสามารถทำแบบนี้ได้ ก็ปรึกษากันแล้วสันนิษฐานว่า สภาพการเสียชีวิตและรอบๆ บริเวณที่เกิดเหตุ ไม่มีสิ่งบ่งบอกว่าถูกผู้อื่นกระทำ เพราะสภาพของเครื่องแต่งกาย ลักษณะของการนั่งเสียชีวิตค่อนข้างเรียบร้อย สมมติว่าถูกกระทำคงไม่จัดท่าทางให้ดีแบบนี้ เนื่องจากต้องทำด้วยความรีบเร่ง" พ.ต.อ.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี

 สำหรับท่าทางการเสียชีวิตนั้น พ.ต.อ.จิรสันต์ พร้อมชุดสืบสวนได้ร่วมกันวิเคราะห์แล้วจึงได้ข้อสันนิษฐานที่ใกล้เคียงข้อเท็จจริงและมีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ ถ้าเป็นการฆ่าตัวตายจริง สุรเชษฐ์สามารถยกเสาคอนกรีตได้เพียงคนเดียว ประกอบกับด้านซ้ายมีเสาคอนกรีตต้นใหญ่วางอยู่ เป็นไปได้ว่าสุรเชษฐ์ยกเสาปูนด้านหนึ่งให้สูงขึ้น แล้วให้เสาปูนอีกด้านไปชนกับเสาต้นใหญ่ จากนั้นก็ใช้กระดานไม้อัดขนาดใหญ่ตั้งฉากขึ้นค้ำไว้ชั่วคราว แล้วนั่งลงใช้มือผลักให้กระดานไม้อัดล้มลง ส่งผลให้เสาคอนกรีตล้มทับลำคอจากด้านหลัง

 "แต่นี่เป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น ต้องรอผลสรุปด้านนิติวิทยาศาสตร์มาช่วยยืนยันอีกครั้ง" พ.ต.อ.จิรสันต์ สรุป

 สำหรับสุรเชษฐ์ก่อนจะเสียชีวิตเคยเป็นนายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยปี 2550-2552 เคยได้รับรางวัลคนพิการตัวอย่างด้านพิการทางการมองเห็นแต่กำเนิด จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และเป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการปี 2551 แต่งตั้งโดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขณะนั้น