จากกรณีกลางดึกชองวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจันทบุรี เข้าจับกุม 7 ผู้ต้องหาลักลอบเล่นการพนัน ภายในร้านขายอาหารตามสั่งตรอกเมตตา ต.ตลาด อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี พร้อมยึดของกลาง ประกอบด้วย ไพ่ 4 ตลับ อุปกรณ์การเล่นพนันไฮโล เงินสดจำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่า 2 ใน 7 ผู้ต้องหา นั้นป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ ร.ต.อ. และ ส.ต.ท.

 

     ทั้งหมดถูกนำตัวส่งสภ.เมืองจันทบุรี ดำเนินคดีในข้อหาว่า “ร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนันไพ่สิบสามใบ พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดจันทบุรี เรื่องการปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีชั่วคราว, ฝ่าฝืนข้อกำหนดการออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ข้อ 3 การปราบปรามและการลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค นำส่งพนักงานสอบสวน         

     ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ภ.2 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ได้มี คำสั่ง ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีที่ 14/2564 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน จำนวน 2 นาย

 

     ประกอบด้วย 1.ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ รอง สว.(ป) สภ.เมืองจันทบุรี 2.ส.ต.ท.ณัฐชนน แนวตัน ผบ.หมู่ (สส) สภ.เมืองจันทบุรี หลังสืบสวนพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบเล่นการพนันและถูกจับในที่เกิดเหตุดังกล่าว 

 

     อย่างไรก็ดีตำรวจทั้ง 2 นาย ที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้ มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อ ก.ตร. ได้ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 105 ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่งและหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิฉัยอุทธรณ์นี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันที่พันกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผล การวินิจฉัยอุทธรณ์     

 

     

     ด้าน พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2  เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าว เป็นไปตามมาตรการทางปกครอง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางรัฐบาล พร้อมทั้ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ให้นโยบายไว้ชัดเจนว่าให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น

 

     พล.ต.ท.รอย กล่าวด้วยว่า ซึ่งทาง ตร.ก็ได้มีคำสั่งให้เข้มงวด มาตลอด แต่ยังพบว่ามีผู้ฝ่าฝืน ท้าทายคำสั่งผู้บังคับบัญชา ท้าทายกฏหมายนโยบายนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร.ทั้งที่ได้ประชุมกำชับไปแล้ว ถ้าหากไม่จัดการขั้นเด็ดขาด ตนก็จะต้องเป็นผู้ที่ถูกลงโทษในการปล่อยปละละเลย

    

     "จึงได้มีมาตรการดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป แต่เพื่อความเป็นธรรมผู้ถูกลงโทษให้ออกจากราชการไว้ทั้งสองรายก็มีสิทธิ์ใช้ช่องทางของกฏระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อุธรณ์ ชี้แจ้งต่อ ก.ตร.ตามกรอบเวลาที่มีไว้" พล.ต.ท.รอย กล่าว