วันที่ 14 มกราคม 2564 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม.และตำรวจ บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย(ศปชก.) สตม. ร่วมแถลงการจับกุมคนร้าย ดังนี้  

1. น.ส.หทัยกานต์ อายุ 21 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ379/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”

2. นายชนาทิป อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ380/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”

3. นายอนุชา อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ381/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”

4. นางสาวสมลักษณ์ อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ384/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”

5. นายอาลี อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ385/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”และ“มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย”

สืบเนื่องจาก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ว่า มีคนร้ายแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ธ.ไทยพาณิชย์ สามารถปล่อยเงินกู้ ผ่าน FACEBOOK ซึ่งเมื่อเหยื่อหลงเชื่อแล้วจะให้เหยื่อทำการแอดไอดีไลน์ ซึ่งปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร จากนั้นจะทำการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัญชี รวมทั้งรหัส OTP

ข้อมูลเหล่านี้  คนร้ายสามารถนำไปใช้เข้าสู่ระบบแอพพลิเคชั่น I-BANKING และโอนเงินออกจากบัญชีของเหยื่อไปจนหมด ต่อมาการสืบสวนทำให้ทราบว่า คนร้ายเป็นกลุ่มคนไทยที่อยู่ที่จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะแบ่งหน้าที่กันทำ จึงมีการออกหมายจับ

ต่อมา เบาะแสจากบุคคลในพื้นที่ ชี้ นายชนาทิปฯ นายอนุชา นางสาวหทัยกานต์ และนายอาลี ได้หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ในอ.เมืองพระนครศรีอยุธยา ชุดสืบสวนจึงติดตามจับกุมผู้ต้องหาแล้วและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยขณะทำการจับกุมนายอาลี พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 79 เม็ด อยู่ในการครอบครอง ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่า น.ส.สมลักษณ์ ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จึงเข้าจับกุมแล้วนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบแก๊งฉกข้อมูล รหัส OTP ดูดเงินคนไทยกว่า 20 ราย เสียหาย 2 ล้าน

ทาง สตม. และ ศปชก.สตม. สืบสวนขยายผลและติดตามหาผู้เสียหายเพิ่มเติม พบว่า ปัจจุบันมีผู้เสียหายคนไทยประมาณ 20 คน โดยมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

รวบแก๊งฉกข้อมูล รหัส OTP ดูดเงินคนไทยกว่า 20 ราย เสียหาย 2 ล้าน