จากกรณีเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2563 คณะเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เข้าตรวจยึดลูกเสือโคร่ง จำนวน 3 ตัว จากสวนสัตว์มุกดาสวนเสือและฟาร์ม และเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ดำเนินคดีกับเจ้าของสวนสัตว์มุกดาสวนเสือและฟาร์ม ต่อ สภ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ในความผิดฐาน “มีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และ แจ้งให้เจ้าพนักงานให้จดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ” 


 

     ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่  กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ปทส.) พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. เปิดเผยความคืบหน้าว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทำการตรวจสอบและเก็บข้อมูล DNA ของลูกเสือที่สวนสัตว์มุกดาสวนเสือและฟาร์ม แจ้งเกิดจำนวน 3 ตัว พบว่าลูกเสือที่แจ้งเกิดดังกล่าว ไม่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมกับพ่อ และแม่เสือ ตามที่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่

 

     "ถือว่าเป็นการแจ้งความเท็จ และทำให้ลูกเสือทั้ง 3 ตัว ไม่ทราบว่ามีที่มาจากที่ใด จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้ที่ กก.3 บก.ปทส. ดำเนินการสืบสวนเพื่อติดตามว่าลูกเสือที่ไม่มีการจดทะเบียนดังกล่าวที่สวนสัตว์มุกดาสวนเสือ และฟาร์ม นำมาแจ้งว่าเกิดเท็จนั้นมีแหล่งที่มาจากที่ใด" พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าว 

     พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าลูกเสือที่นำมาแจ้งเกิดทั้ง 3 ตัว มีความเกี่ยวพันธ์กับสวนสัตว์หัวหินซาฟารี จึงได้นำกำลังลงพื้นที่พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส. และ นายชาติชาย ศรีแผ้ว หน.สปป.ที่ 1(ภาคกลาง) นำหมายค้น เข้าตรวจค้นสวนสัตว์หัวหินซาฟารี ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยยึดเสือโคร่งจำนวน 2 ตัว เพื่อนำไปให้ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจเก็บ DNA เป็นข้อมูลหาความเชื่อมโยง 

 

     พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวด้วยว่า หากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปยังผู้ครอบครองในช่วงเวลาที่เสือของกลางทั้ง 3 ตัว แจ้งเกิด และพบว่าเป็นการลักลอบจำหน่ายเสือโคร่งซึ่งเกิดในกรงเลี้ยงโดยผิดกฎหมาย จะได้มีการดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป