นับตั้งแต่ช่วงส่งท้ายปี 2563 ต่อเนื่องต้นปี 2564 "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เซ็นคำสั่งย้าย นายตำรวจยศนายพล ระดับผู้บังคับการจังหวัดไปแล้วทั้งหมด 4 จังหวัด บวกกับ 1 กองบังคับการในพื้นที่นครบาล ประกอบด้วย 1.พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด 2.พล.ต.ต.ประการ ประจง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี 3.พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง 4.พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราดจันทบุรี และ พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล2 ซึ่งทั้งหมดถูกย้ายเนื่องจากปล่อยให้พื้นที่มีบ่อนการพนันจนนำมาสู่การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 

    การโยกย้ายแบบเชือดไก่ให้ลิงดูครั้งนี้ทำให้ตำรวจในหลายพื้นที่ออกแอ็กชันลุยกวาดล้างตรวจสอบบ่อนการพนันในท้องที่ของตัวเองจนสามารถจับกุมและตรวจยึดของกลางได้บางส่วน แต่ถึงอย่างไรก็ตามนี่ก็ยังเป็นส่วนน้อยหากเทียบกับปริมาณบ่อนการพนันที่มีเกลื่อนกลาดในเมืองไทย   

     ประชาชนตั้งข้อสังเกตุว่าทำไมบ่อนการพนันถึงเปิดกันแทบจะทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย การเปิดบ่อนนั้นง่ายหรืออย่างไร หากเราลองสำรวจลึกลงไปในธุรกิจบ่อนการพนันจะพบว่า บ่อนการพนันนั้นไม่สามารถเปิดได้เพียคนคนเดียวแต่ต้องอาศัยผู้ที่ชำนาญหรือคร่ำหวอดในวงการ ซึ่งจะเป็นที่รู้จักกันดีในนามจำพวก "เฮีย" หรือ "เจ้" กลุ่มพวกนี้จะรับหน้าที่เป็นเสมือนนายหน้าหาพื้นที่และประสานจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยจะเรียกเก็บเงินจากเจ้าของบ่อนหรือเจ้าของทุน เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเปิดบ่อนการพนัน ส่วนผลประโยชน์ก็เป็นไปตามข้อตกลงที่ทำด้วยกัน 

 

     บ่อนการพนัน ในประเทศไทยพบเห็นได้อยู่ 2 ประเภท คือ บ่อนวิ่ง กับ บ่อนหลัก โดยบ่อนวิ่ง จะเป็นบ่อนการพนันที่ปรับเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ จะไม่อยูกับที่นานเกิน 7 วัน ก็เป็นอันต้องย้ายไป เช่น บ่อนผ้าถุง บ่อนตามงาน บ่อนบ้าน ส่วน บ่อนหลัก จะเป็นบ่อนการพนันที่ปักหลักคงที่ไม่เคลื่อนย้ายบ่อย มีลูกค้าประจำที่เคยเข้าออกมาเป็นเวลานาน บางที่อาจใช้เป็นเงินสด บางที่ใช้เป็นชิป ก็มี เราจะเห็นได้จากข่าวการทลายบ่อนตามหน้าสื่อต่าง ๆ ว่าอุปกาณ์การเล่นพนันพวกนี้นั้นครบเครื่องเหมือนคาสิโนต่างประเทศ ซึ่งธุรกิจบ่อนการพนันนั้นมีมูลค่ามหาศาล เป็นเงินที่ไม่จัดอยู่ในระบบ  

     ปัญหาบ่อนการพนันเหล่านี้ ทางด้าน "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า จัดการปัญหา"บ่อน"ยังไม่ดีพอ และไม่ได้นิ่งนอนใจพร้อมจะปรับให้ดีขึ้น โดยจะทำให้ "ไม่มีบ่อนการพนัน" นอกจากนี้ยังฝากเตือนไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังบ่อน ที่มักแอบอ้างคนสำคัญ - นักการเมือง หากมีพยานหลักฐานชัดเจน ต้องถูกดำเนินคดี และสุดท้ายจะมีการสั่งทบทวนคำสั่งปราบปราม

 

     ถึงแม้ว่าจะมีการปราบปรามสักเพียงใด แต่เชื่อว่าบ่อนการพนันจะยังคงอยู่ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง เงินสีเทาเย้ายวนใจให้กับผู้จัดและผู้เล่นรวมไปถึงเจ้าหน้าที่นอกรีตที่คอยหากกินกับบ่อนพนัน อีกทั้งบทลงโทษของเจ้ามือบ่อนก็ไม่ได้รุนแรงมากพอที่จะทำให้เกรงกลัว หนำซ้ำการจับกุมแต่ล่ะครั้งก็ไม่ค่อยจะสามารถจับกุมตัวการใหญ่อย่าง เจ้าของเงินทุน หรือ "เฮีย" "เจ้" ผู้มากบารมีในวงการพนันเลย จึงเป็นบทพิสูจน์ให้กับ  "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์  ผบ.ตร. ที่เรียกได้ว่ามีฝีไม้ลายมือมากประสบการณ์ผ่านคดีสำคัญในประเทศมามาก แต่ครั้งนี้ไม่ได้ต่อสู้กับโจรที่ไหน แต่ต่อสู้กับอิทธิพลมืดมารขาวมารดำ ที่ล่องลอยอยู่ในวงการพนัน