วันที่ 20 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเย็นวานนี้(19 พ.ย.) ได้มีสองผัวเมีย พร้อมลูกชายวัย 6 ขวบ ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากบ้าน ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา โดยมาจอดแวะพักริมถนนในตลาดท่ายาง เขตเทศบาลตำบลท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และได้สอบถามหาที่พักผ่อนหลับนอน หลังจากขับรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งต้องการไปร้องขอความเป็นธรรม รวมระยะทางไป-กลับกว่า 2,000 กิโลเมตร


ผัวเมียกระเตงลูก 6 ขวบ ขี่จยย.จากสงขลาเข้ากทม. ร้อง "ทนายรณรงค์" ช่วยเหลือ

 

 

จากการตรวจสอบพบแผ่นป้ายไวนิล 2 แผ่นๆแรกติดหน้ารถระบุข้อความว่า "ฉันถูกญาติพี่น้องโกงเงินค่าไม้ยาง ลักตัดทุเรียน โค่นไม้หลังบ้านหลังคาบ้านเสียหาย ลักโค่นต้นไม้ในสวนยาง เขาเอาเปรียบฉันทุกอย่าง เขามีอิทธิพล แจ้งความแล้วตำรวจก็ไม่จับ ไปกองปราบก็ไร้ผล ไปแจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ช่วยไม่ได้ หมดที่พึ่งแล้ว"

 

และไวนิลอีกแผ่นติดด้านข้างรถจักรยานยนต์ข้อความว่า "ผมมาขอความเป็นธรรม ตามที่มีข่าวทางทีวีว่าทนายรณรงค์ แก้วเพชร ช่วยเหลือคนจน แต่ผมไม่มีเงินห้าหมื่นให้คุณทนาย ผมจึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากพี่น้องทุกคน ขอบคุณครับ"

 

ผัวเมียกระเตงลูก 6 ขวบ ขี่จยย.จากสงขลาเข้ากทม. ร้อง "ทนายรณรงค์" ช่วยเหลือ

 

สอบถามนางปราณี แก้วมณี อายุ 48 ปี กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่บ้านใน ต.กาหลง อ.สรีสาคร จ.นราธิวาส มีที่ดิน 9 ไร่ แต่ถูกกลั่นแกล้งจากญาติพี่น้องที่ต้องการที่ดินทำถนนกว้าง 4 เมตร ทางเจ้าหน้าที่ที่ดินบอกว่าเพื่อความเป็นธรรมให้แบ่งที่ดินของตน 2 เมตร และของญาติๆอีก 2 เมตร แต่ญาติๆไม่ยอมให้ที่ดิน 2 เมตร พร้อมข่มขู่ให้ตนบริจาคที่ดินคนเดียว 4 เมตร ซึ่งตนมีที่ดิน 9 ไร่ ระยะทางรวมประมาณ 160 เมตร แต่ตนไม่ยอม ทำให้แม่บังเกิดเกล้าและญาติพี่น้องรวมหัวกันกลั่นแกล้งตนต่างๆนาๆ ล่าสุดตนจะขายไม้ยางในสวนทั้งหมดให้กับผู้ซื้อคนหนึ่งในราคา 2 แสนบาท แต่แม่และญาติๆไม่ให้ยอมให้ตนขายให้กับคนนอก บังคับให้ขายให้ญาติพี่น้องคนหนึ่ง ซึ่งตนก็ต้องจำใจขายให้ญาติคนดังกล่าวโดยเขาเข้ามาตัดโค่นต้นยางไปขายแต่กลับไม่ยอมจ่ายเงิน 2 แสนบาทให้กับตน และยังพยายามกลั่นแกล้งตนมาตลอด พร้อมข่มขู่ฆ่าจนต้องพากันหลบหนีมาอาศัยอยู่บ้านสามีที่ ต.ท่าสะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา

 

ผัวเมียกระเตงลูก 6 ขวบ ขี่จยย.จากสงขลาเข้ากทม. ร้อง "ทนายรณรงค์" ช่วยเหลือ

 

 

"จนเมื่อปลายเดือนมกราคม 2563 ตนกลับไปบ้านที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส พบว่ามีคนลักลอบตัดโค่นต้นทุเรียน ต้นกะท้อน ต้นยาง จนต้นไม้ที่โค่นล้มไปทับบ้านตนเสียหาย ตนจึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เพื่อให้ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ปรากฏว่าแม่และญาติพี่น้องโกรธแค้นตนอย่างมากที่ไปแจ้งความกับตำรวจ หาว่าตนเป็นคนหัวแข็งและข่มขู่ฆ่าตนว่า "คอยดูว่ามึงกับกูใครจะตายก่อนกัน" พร้อมประกาศตัดแม่ตัดลูก และตัดพี่ตัดน้องกับตนทุกคน ทุกวันนี้ตนจึงเหมือนตัวคนเดียว ไม่มีแม่ ไม่มีญาติพี่น้อง ถูกเอารัดเอาเปรียบ ข่มขู่คุกคาม ปองร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ไม่มีที่พึ่งจนต้องหลบหนีตายมาอาศัยอยู่บ้านนายไสว ไชยพันธ์ สามีใหม่ ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา อย่างไรก็ตามตนพยายามจะติดตามความคืบหน้าของคดีกับตำรวจ สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส แต่เรื่องเงียบหายไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด"

 

ผัวเมียกระเตงลูก 6 ขวบ ขี่จยย.จากสงขลาเข้ากทม. ร้อง "ทนายรณรงค์" ช่วยเหลือ

 

นางปราณี กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าอีกว่า ตนและนายไสวเคยขับรถจักรยานยนต์เดินทางเข้ากรุงเทพฯไปร้องเรียนขอความความเป็นธรรมที่กองปราบปราม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ช่วยเหลือเรื่องคดีความที่ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม จนถึงขณะนี้เรื่องก็เงียบหายไม่มีใครช่วยเหลือตนได้เลย จนตนเห็นข่าวทางทีวีว่านายรณรงค์ แก้วเพชร ใจบุญยื่นมือช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนและนายไสว สามีไม่มีเงินจริงๆ จึงต้องลงทุนขับรถจักรยานยนต์พาลูกชายวัย 6 ขวบ เดินทางเข้ากรุงเทพฯในครั้งนี้เพื่อความความเมตตากับทนายรณรงค์ หรือใครก็ได้ที่เมตตายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เพราะตนไม่ได้รับความเป็นธรรม เดือดร้อนมาก ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว

 

ผัวเมียกระเตงลูก 6 ขวบ ขี่จยย.จากสงขลาเข้ากทม. ร้อง "ทนายรณรงค์" ช่วยเหลือ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ 3 ชีวิตพ่อแม่และลูก 6 ขวบใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับเข้ากรุงเทพฯเพื่อร้องขอความเป็นธรรมจากทนายรณรงค์ แก้วเพชร ซึ่งขับออกจากบ้านใน ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา 3-4 วันมาแล้ว โดยจะขับไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็แวะพักผ่อนตามวัด สถานีตำรวจ หรือศาลาริมถนน ในคืนที่ผ่านมาได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ให้นอนพักที่ศาลาโรงธรรมภายในวัด

 

ผัวเมียกระเตงลูก 6 ขวบ ขี่จยย.จากสงขลาเข้ากทม. ร้อง "ทนายรณรงค์" ช่วยเหลือ

 

โดย ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช