เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 1 ส.ค. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลหลักสอง ได้รับแจ้งเหตุรถปอร์เช่ สีเหลือง ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ล 7195 กรุงเทพมหานคร ถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิดกระหน่ำยิงภายใน พุทธมณฑลสาย2 ซอย 11 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ก่อนพลเมืองดีช่วยพาส่งโรงพยาบาลบางประกอก8 ในเวลาต่อมา จึงรีบนำกำลังสายตรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 

ในที่เกิดเหตุ ตำรวจ สน.หลักสอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบ พร้อมกับสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พบว่าทั้ง 2 ฝ่ายรู้จักกัน แต่มีความขัดแย้งในการทำธุรกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด โดยตำรวจจะนำรถของกลางไปยัง สน.หลักสอง และจะทำการตรวจสอบผู้ครอบครองรถ ก่อนจะเชิญตัวมาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป

 

พ.ต.ท.ธนะสิทธิ์ จิตติพัทธพงศ์ รองผู้กำกับการฝ่ายปราบปราม สน.หลักสอง ยืนยันตำรวจรู้เบาะแสและข้อมูลของผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว โดยหลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิด และคำให้การของเจ้าของบ้าน ก่อนที่จะออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี ซึ่งเรื่องดังกล่าวทั้ง 2 ฝ่ายรู้จักกัน และเกิดความขัดแย้งทางธุรกิจการซื้อขายหน้ากากอนามัย ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 

 

รู้ตัวหมดแล้ว ขับรถหรูบุกยิงคู่อริถึงบ้าน ตร.เตรียมออกหมายเรียก

 

 

นอกจากนี้ จากการสอบสวนผู้เสียหายให้การว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ขับรถหรูได้มีการโทรศัพท์ติดต่อนัดแนะผู้เสียหายเพื่อเจรจาธุรกิจซื้อขายหน้ากากอนามัย แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงบ้านผู้เสียหาย ได้ชักอาวุธปืนยิง แต่ถูกผู้เสียหายยิงตอบโต้จนเป็นเหตุให้กลุ่มชายฉกรรจ์ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

 

รู้ตัวหมดแล้ว ขับรถหรูบุกยิงคู่อริถึงบ้าน ตร.เตรียมออกหมายเรียก

 

ทั้งนี้จากข้อมูลเชิงลึกพบว่า กลุ่มชายฉกรรจ์รถหรู ขับรถเข้ามาทั้งหมด 3 คัน รถปอร์เช่สีเหลืองคันที่เกิดเหตุ รถอัลพาร์ด และรถแคมรี่ รวมทั้งหมด 11 คน หลังจากเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีออกไปทางหน้าปากซอยพุทธมณฑลสาย2 ซอย 11 หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มชายฉกรรจ์รถหรูได้พยายามกลับเข้าไปที่เกิดเหตุเพื่อจะนำรถปอร์เช่ กลับออกไป แต่ทางตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุก่อน