จากกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา คดีขับรถชนนายตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 จนถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะประเด็นความเร็วในการขับรถในวันที่เกิดเหตุ รวมไปถึงพบสารแปลกปลอมที่เกิดจากยาเสพติดในร่างกาย ซึ่งล่าสุดพนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่าทันตแพทย์ยืนยันว่าได้ให้ยาที่มีส่วนผสมของโคเคนในการรักษาฟัน จนทำให้เกิดข้อถกเถียงถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง

อ่านข่าว : หมอแจงแล้ว "โคเคนใช้ในการทำฟันจริงหรือ"

ในขณะที่เพจ ห้องทำฟันหมายเลข 10 ซึ่งนำเสนอความรู้เกี่ยวกับเรื่องทันตกรรมนั้น ก็ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า " เรื่องนี้จะไม่แปลกถ้าเป็นเมื่อศตวรรษที่ 18 !!! หมอฟันคนนั้นต้องนั่งไทม์แมชชีนมาแน่นอน

 

หนึ่งในยาที่ใช้มากที่สุดในทางทันตกรรม คือ ยาชา โดยยาชาตัวแรกที่นำมาใช้ทางการแพทย์คือโคเคน (cocaine) ในปี ค.ศ. 1859 (150 ปีมาแล้ว!!!) แต่ด้วยข้อเสียของโคเคนที่มีระยะเวลาการออกฤทธิ์สั้น และมีฤทธิ์เสพติด จึงมีการพัฒนายาที่มีสูตรโครงสร้างคล้ายโคเคน ชื่อ Procaine ขึ้นในปี ค.ศ. 1904

 

แต่ในปี ค.ศ. 1948 มีการนำยาชาที่มีสูตรโครงสร้างต่างไปจาก cocaine และ procaine ได้แก่ lidocaine และมียาชาที่พัฒนาต่อเนื่องตามมาได้แก่ mepivacaine (ค.ศ. 1965) prilocaine (ค.ศ. 1983; ยาชนิดนี้ไม่มีใช้ในประเทศไทย) และ articaine (ค.ศ. 2000) โดยยาชาทั้งสามกลุ่มนี้มีสูตรโครงสร้างคนละแบบกับโคเคน รวมทั้งกระบวนการขับยาออกจากร่างกายก็ได้สารเคมีคนละกลุ่มกับโคเคน"