วันที่ 24 มีนาคม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. , พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เข้าจับกุมนายภมร สุดสงวน ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาเสพติด พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ยาบ้า จำนวน 23,000 เม็ด ยาคีตามีน น้ำหนักรวมประมาณ 305 กรัม อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม.ยี่ห้อ กล๊อค 17 จำนวน 1 กระบอก 

 

 

 

          อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม.ยี่ห้อ ซีแซด จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 118 นัดโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ one plus สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 9กธ-5766 กรุงเทพมหานคร และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า เอ็มสแลส ทะเบียน 5กถ-5860 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถ อพาร์ทเม้นท์ไม่มีชื่อ ต่อเนื่องภายในห้องเช่า หมายเลข 2/1 อพาร์ทเม้นต์ไม่มีชื่อ ซอยหลวงแพ่ง 10 ถนนลาดกระบัง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

          ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ หลายคดีในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้สืบสวนขยายผลเรื่อยมา จนทราบว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในเขตลาดกระบัง และบริเวณใก้ลเคียง ซึ่งพักอาศัยอยู่ในอาพาร์ทเม้นท์ไม่มีชื่อ ซอยหลวงแพ่ง 10 แขวงทับกวาง เขตลาดกระบัง กทม. จึงได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งวันนี้ 23 มีนาคม เวลา 18.00 น.ผู้ต้องหาได้เดินมาที่รถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้น พบของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนัก 100 กรัม โดยผู้ต้องหากำลังจะนำไปส่งให้กับลูกค้า นอกจากนี้จากการสอบสวน ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่า ยังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งที่เก็บไว้ในห้องพักอีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางทั้งหมด 

 

 

 

          จากการสอบถามนายภมร ให้การยอมรับสารภาพว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นของนายลุง  (ไม่ทราบชื่อสกุล) และไม่เคยพบหน้าตา ซึ่งมักจะสั่งงานทางแอปพริเคชั่นไลน์ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 2-3 หมื่นบาท แล้วแต่จำนวนยาเสพติด ซึ่งทำลักษณะนี้มาแล้ว 5-6 ครั้ง ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ นายภมร ไม่พบประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด ปัจจุบันไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่ง เนื่องจากจบแค่ชั้น ป.6

          อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ต้องทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อทำการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออีกครั้ง เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ไอซ์ ) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ” , “มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน)ไว้เพื่อขายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต “ และ “ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต “ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.จรเข้น้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป