วันที่ 10 มีนาคม  2563 สืบเนื่องจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ TS'Thanaphon Eagleline ได้แชร์คลิปและภาพเอกสารการร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 โดยมีข้อความว่า “เงินเดือนพวกคุณไม่พอใช้หรือครับ? ถึงได้จับเด็กและผู้หญิงมาข่มขู่!รีดไถ เป็นเงินสามแสนบาท สน.แม่อายครับ!!! 

 

ทั้งนี้คลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่ถ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งพร้อมรถตำรวจ โดยมีคำพูดเป็นภาษาเหนือ บอกให้หยุดถ่าย ถ้าถ่ายเดี๋ยวจะไม่ช่วยให้แล้วนะ!!! จนเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลอย่างมาก ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้เป็นเจ้าของร้านอาหารอายุ 45 ปี อยู่ในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงขอเข้าไปสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

เจ้าของร้านคนดังกล่าวเปิดเผยว่า ที่นำเรื่องนี้มาลงในโลกสังคมออนไลน์เพื่อระบายความคับแค้นใจที่ถูกระบบราชการทำร้ายครอบครัวอย่างมาก โดยตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอุ้มภรรยาและลูกชายไปกักขังหน่วงเหนี่ยวและรีดเงินไปจำนวน 3 แสนบาท

 

“หลังเกิดเรื่องผมและภรรยาได้เดินทางไปร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และมีคนในพื้นที่หลายคนเป็นตัวแทนเข้ามาเจรจาขอคืนเงิน และขอไปถอนการร้องเรียนทุกอย่างให้หมด โดยระหว่างที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ได้มีผู้ใหญ่ในพื้นที่ขอเป็นตัวแทนเจรจาเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายอีกด้วย” เจ้าทุกข์คนเดิมระบุ

 

 

 

ขณะที่ภรรยาเจ้าของเรื่องวัย 22 ปี กล่าวเสริมว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ช่วงเวลา 13.00 น. ตนเองและบุตรชายอายุ 1 ขวบ 11 เดือน ได้เดินทางไปงานแต่งงานญาติที่หมู่บ้านโป่งงาย ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ขากลับอาศัยนั่งรถคนในหมู่บ้านกลับ ระหว่างทางมีตำรวจหลายนายเข้าตรวจสอบรถและตรวจปัสสาวะ ตรวจบัตรประชาชน แต่ไม่พบสารเสพติด แต่มีแค่บัตรสีชมพูหรือบัตรต่างด้าวแต่ไม่ได้พกมา จึงถูกหนึ่งในเจ้าหน้าที่ขับรถพาตนเองและลูกชาย คนในหมู่บ้านอีก 2 คน และเด็กสาวอีก 1 คน ขับขึ้นไปเจรจากันในป่าบนดอย 

 

“หนูก็โวยวายว่าทำไมไม่พาพวกเราทั้งหมด 5 คนไปสถานีตำรวจ แต่กลับมาควบคุมไว้ที่ป้อมแม่สาว และขู่เรียกเงิน 1 แสนบาท แต่พอรู้ว่ามีฐานะหน่อยก็เพิ่มเป็น  5 แสนบาท อ้างว่านำพาต่างด้าวมาให้ที่ซุกซ่อน” สาวเคราะห์ร้ายกล่าว

 

ผู้เคราะห์ร้ายกล่าวอีกว่า ตอนแรกเอาบัตรไปกดก่อนจำนวน 8 หมื่นบาท แต่ก็ไม่พอ จึงพาไปโอนให้เพิ่มอีก 6 หมื่นบาท ถ้าเงินไม่ครบไม่ยอมปล่อย โดยผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งอ้างตัวเป็นแม่หลวงหรือผู้ใหญ่บ้านมาเคลียร์ โดยอาสาออกเงินให้ก่อนอีกจำนวน 1.6 แสนบาท จึงถูกปล่อยตัวตอนเวลาสองทุ่ม และต่อมาแม่หลวงคนดังกล่าวจึงมาทวงเงินคืน สามีจึงโอนเงินไปให้อีก 1.6 แสนบาท รวมทั้งหมด 3 แสนบาท

 

 

ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวได้มาไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง หากพบการกระทำความผิดจริงจะดำเนินการตามวินัยและกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยจะให้ความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

 

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยเย็นวันเดียวกันว่า พล.ต.ต.พิเชษฐ มีคำสั่งให้ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 นายไปปฏิบัติราชการยังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (ศปก.ภ.จว.เชียงใหม่) เพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส ส่วนคดีอาญานั้นผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความที่ สภ.แม่อาย  ซึ่งพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน ภายในระยะเวลา 30 วัน แล้วส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

 

“หากผลการสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในทางมิชอบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดในทุกฐานความผิด ลงทัณฑ์ทางวินัยอย่างถึงที่สุด ฟันไม่เลี้ยง ไม่เอาไว้เป็นเยี่ยงอย่างให้เสียกำลังใจของข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี” รองโฆษก ตร.ระบุ