คมชัดลึกออนไลน์ 6 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวด่วน

แจ้ง 6 ข้อหาหนัก "บรรยิน-พวก" ผบ.ตร.นำทีมคุ้ยหลักฐาน 19 จุด

25 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ข่าวด่วน

Shares :
เปิดอ่าน 1,646 ครั้ง

แจ้ง 6 ข้อหาหนัก 'บรรยิน-พวก' ผบ.ตร.นำทีมคุ้ยหลักฐาน 19 จุด เจอคราบเลือดในรถต้องสงสัย


               ตร.แจ้ง 6 ข้อหาหนัก “บรรยิน-พวก” อุ้มฆ่าพี่ผู้พิพากษาต่อรองล้มคดี คุมตัวเค้นสอบเครียดยังปากแข็ง “บิ๊กแป๊ะ” นำทีมปูพรมนครสวรรค์ค้นหลักฐานเพิ่ม 19 จุด งมเจอมือถือ พบคราบเลือดในรถต้องสงสัย

 

อ่านข่าว พบแล้ว "มือถือ" พี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้

 

               จากกรณีคนร้ายลักพาตัว นายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ อายุ 67 ปี พี่ชาย น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ ขณะอยู่บริเวณหน้าศาล เพื่อต่อรองทางคดีให้พิพากษายกฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีปลอมเอกสารการโอนหุ้น นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

               แต่ภายหลัง นายวีรชัยกลับถูกกลุ่มผู้ต้องหาซ้อมจนถึงแก่ชีวิต จึงนำศพไปทำลายทิ้งอำพรางคดี ขณะที่ตำรวจสืบสวนทางลับจนจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 6 รายแล้ว โดยหนึ่งในนั้นซัดทอดว่า พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้บงการ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

               ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางวราภรณ์ และนายวรภัทร ตั้งภากรณ์ ภรรยาและบุตรชายของ พ.ต.ท.บรรยิน ได้เดินทางมายังห้องควบคุมกองปราบฯ เพื่อเข้าเยี่ยม พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมนำอาหารเช้าเป็นข้าวมันไก่และเสื้อผ้ามามอบให้ โดยใช้เวลานานร่วมครึ่งชั่วโมงจึงเดินทางกลับ

 

               นายวรภัทร เปิดเผยว่า จากการพูดคุยบิดาไม่มีความวิตกกังวลหรืออาการเครียดแต่อย่างใด เมื่อคืนที่ผ่านมาสามารถนอนหลับกินข้าวได้เป็นปกติ และไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่สงสัยว่าจนป่านนี้แล้วยังไม่สามารถตั้งทนายความขึ้นมาดูแลคดีได้ ทั้งนี้ บิดายังยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

 

               ด้าน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กล่าวว่า หลังจากจับกุมพ.ต.ท.บรรยิน พร้อมพวกรวม 6 คน ได้แล้วเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 3.ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงาน 4.ซ่องโจร 5.เรียกค่าไถ่ และ 6.หน่วงเหนี่ยวกักขังให้สูญสิ้นอิสรภาพ

 

               นอกจากนี้ ตำรวจได้ยึดรถยนต์ไว้เป็นของกลางทั้งหมด 4 คัน ประกอบด้วย มินิคูเปอร์ ทะเบียน 2กฐ 524 กรุงเทพมหานคร, รถยนต์ฟอร์ด ทะเบียน กร 39, รถยนต์โตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ ไม่ทราบเลขป้ายทะเบียน และรถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน บย 8386 นครสวรรค์ โดยเฉพาะคันหลังสุดนี้ ทางตำรวจพบรอยเลือดและหลักฐานสำคัญทางคดีอยู่ภายใน เชื่อว่าน่าจะเป็นรถคันที่คนร้ายอุ้มพี่ชายผู้พิพากษา ก่อนลงมือทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย

 

               มีรายงานว่า สำหรับการจับกุมตัว ด.ต.ธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด สจ.เขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข และนายชาติชาย เมณฑ์กุล เป็นผลมาจากการเค้นสอบปากคำนายมานัส ทับนิล ซึ่งมีหน้าที่จัดหาคนและทำหน้าที่ขับรถรับ-ส่งคนเพื่อมาก่อเหตุ โดยมี ส.จ.อ๊อด นายประชาวิทย์ นายชาติชาย และนายณรงค์ศักดิ์ เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่มีหลักฐานว่า ในคืนวันก่อเหตุ พ.ต.ท.บรรยิน มาปรากฏตัวพบผู้ที่ลงมือก่อเหตุทั้งหมดด้วย 

 

               ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนับร้อยนายลงพื้นที่ปูพรมตรวจค้นบ้านพักบริเวณริมถนนสายโกรกพระ-นครสวรรค์ พื้นที่ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ขนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์และเอกสารจำนวนหลายกล่องที่อยู่ภายในบ้านของ พ.ต.ท.บรรยิน กลับไปตรวจสอบที่กองปราบปราม 

 

               นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่กองปราบปรามอีกจำนวนหนึ่งแบ่งกำลังไปตรวจค้นในพื้นที่เป้าหมายซึ่งเป็นบ้านของ พ.ต.ท.บรรยิน และเครือญาติภายในเขต อ.เมืองนครสวรรค์ อ.ตากฟ้า และ อ.ตาคลี รวมทั้งหมด 19 จุดเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยมีข้อมูลว่าได้มีการอายัดรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 4 คัน ซึ่งเป็นรถที่มีการสวมทะเบียนทั้งหมด มาให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบในจุดที่ตั้งวอร์รูมรวบรวมหลักฐานภายในศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6

 

               บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เดินทางไปยังบ้านกระดี่ ต.ตาคลี ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายรับสารภาพให้การอ้างว่านำร่างของพี่ชายผู้พิพากษาไปเผาในป่าหญ้า ก่อนที่จะนำโครงกระดูกของผู้ตายและเศษซากบางส่วนที่เผาทิ้งไม่หมดไปแยกใส่กระสอบจำนวน 3 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 10 กิโลกรัม ไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานตะเคียนเลื่อน ต.กลางแดด อ.เมืองนครสวรรค์

 

               โดย ผบ.ตร.ได้เดินทางไปตรวจทั้ง 2 จุดนี้ด้วยตนเอง แต่ยังไม่มีรายงานว่าพบชิ้นส่วนหรือศพของผู้ตายแต่อย่างใด ก่อนที่จะเดินทางไปดูความคืบหน้าในการตรวจสอบของกลางและหลักฐานต่างๆ ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.สุกฤษฎิ์ บุญทรง ผบก.ภ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนกองปราบปราม พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ประชุมร่วมกัน

 

               โดยนำเอาหลักฐานที่พบมาวิเคราะห์ในประเด็นต่างๆ พร้อมจำลองสถานการณ์ ขณะเดียวกันยังได้เชิญนางวราภรณ์ ภรรยา พ.ต.ท.บรรยิน รวมถึงลูกน้องคนสนิท คนขับรถ มาสอบสวนและพิมพ์ลายนิ้วมือ ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6 โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง 

 

               จากนั้น ผบ.ตร.พร้อมพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี นักประดาน้ำ กู้ภัย ได้เดินทางไปยังบริเวณท่าน้ำแม่น้ำปิง หน้าวัดไทรใต้ ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำงมหาของกลาง ซึ่งผู้ต้องหาซัดทอดว่าได้นำนาฬิกา ของมีค่าของผู้ตายทิ้งน้ำ แต่จากการค้นหาพบโทรศัพท์มือถือซึ่งคาดว่าเป็นของแก๊งคนร้าย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบสำนวนคดี

 

               พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยว่า ตำรวจได้จับกุมตัวลูกน้องคนสนิท พ.ต.ท.บรรยินได้ 3 คน สอบสวนรับสารภาพซัดทอดว่า พ.ต.ท.บรรยินพัวพันในคดีการหายตัวไปของพี่ชายผู้พิพากษา โดยหนึ่งในผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ พาตำรวจไปชี้จุดเกิดเหตุ จุดเผา จุดนำโครงกระดูกไปทิ้ง และจุดทำลายพยานหลักฐานต่างๆ และยังให้การซัดทอดผู้บงการ ซึ่งคดีนี้สืบเนื่องจากมีญาติมาแจ้งความว่ามีบุคคลหายไป ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจนนำมาสู่การออกหมายจับ ซึ่งคดีนี้จะเชื่อมโยงใครเกี่ยวข้องบ้างนั้นอยู่ที่พยานหลักฐานเป็นหลัก

 

               เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จิรภพ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. และคณะพนักงานสอบสวน ได้เข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยวันนี้มีการควบคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน มาสอบปากคำเพิ่มเติม

 

               ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยิน มีสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้เขียนหนังสือชี้แจงไปแล้ว การสอบปากคำครั้งนี้เป็นการสอบปากคำเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวว่าได้ไปปรากฏตัวอยู่หน้าศาลด้วยจริงหรือไม่ ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยินไม่ได้ตอบในประเด็นนี้

 

               ต่อมาเวลา 16.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน กองปราบปราม” ได้คุมตัว นายประชาวิทย์, นายชาติชาย และ ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด มาที่กองบังคับการปราบปรามเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมด้วยการแยกสอบคนละห้อง ก่อนที่จะนำทั้ง 3 คนไปคุมขังในห้องขังของ สน.ใกล้เคียง โดยจะนำตัวไปฝากขังภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช พร้อมคณะพนักงานสอบสวน จะนำตัวนายณรงค์ศักดิ์, นายชาติชาย, นายประชาวิทย์ ไปทำแผนชี้จุดประกอบการรับสารภาพ 3 จุด ได้แก่ 1.บริเวณบ้านพักของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งอยู่บริเวณหลังด่านเก็บเงินค่าทางด่วนย่านรัชดาฯ 2.บริเวณจุดรวมพลหน้าศาลแพ่งใต้ ซอยเจริญกรุง 63 และ 3.ริมถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี เนื่องจากนายณรงค์ศักดิ์ นายชาติชาย และนายประชาวิทย์ ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 3 คน คือ พ.ต.ท.บรรยิน นายมานัส และ ด.ต.ธงชัย ยังคงยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ

 

               รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาที่ให้การสารภาพระบุถึงเหตุการณ์ว่า ขณะที่กลุ่มคนร้ายคุมตัวนายวีรชัย ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อ น.ส.พนิดา เพื่อข่มขู่ให้ยกฟ้องคดีโอนหุ้นค่ากว่า 300 ล้านบาท ระหว่างทางได้ลงมือต่อยท้องนายวีรชัย และทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตบนรถขณะขับผ่านถนนย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อนจะปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพแล้วนำไปทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ ต.กลางแดด จ.นครสวรรค์

 

               วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น โดยนายสราวุธ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบการทำงานของศาลยุติธรรมโดยตรง ต้องขอขอบคุณผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและตำรวจทุกคนที่ทุ่มเททำงานตลอด 20 กว่าวันที่ผ่านมา

 

               สิ่งที่สำคัญคือ น.ส.พนิดา ที่มีความรับผิดชอบ กล้าหาญในการทำหน้าที่ ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ด้วย ที่ผ่านมาศาลไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลเพราะนึกถึงความปลอดภัย แต่ได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาโดยตลอดจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้

 

               ด้านนายสุริยัณห์ กล่าวว่า น.ส.พนิดาเคยถูกข่มขู่มีลักษณะคุกคามเรื่อยมา และเข้ามาร้องเรียนขอความเป็นธรรมมาตลอด ส่วนรายละเอียดการคุกคามต่างๆ เป็นสำนวนในคดีอาญาต่อไป สำหรับสภาพจิตใจขณะนี้ยังอยู่ในภาวะเสียใจ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา น.ส.พนิดาเชื่อมั่นว่าพี่ชายยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งคำให้การรับสารภาพและหลักฐานต่างๆ ของผู้ต้องหา และได้รับการยืนยันจากตำรวจว่าพี่ชายเสียชีวิตแล้ว แต่ก็ยังมีความพร้อมในการทำงานหลังจากนี้

 

               สำหรับการคุ้มกันหลังจากนี้ นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วยังมีเจ้าพนักงานตำรวจศาล หรือคอร์ทมาร์แชล จะเข้าไปเสริมการดูแลคุ้มกัน ซึ่งทางสำนักงานศาลยุติธรรมจะต้องวางมาตรการในเชิงป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น และต้องมีการเพิ่มอัตรากำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลโดยเร็ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการอบรมเพื่อบรรจุเเต่งตั้งชุดใหม่ให้ได้คุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ