เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563  พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ จับกุม นายโชคชัย หรือ มอส กรอบกระโทก อายุ 21 ปี ขณะแต่งเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ และถือเอกสารทางราชการมาแสดงตัวว่าเป็น ส.ต.ต.โชคชัย กรอบกระโทก เพื่อเข้าประจำการที่ สภ.เมืองชัยภูมิ

 

 

 

              แต่หลังจากตรวจสอบเอกสารทั้งหมดพบเป็นเอกสารที่มีการปลอมแปลง จึงจับกุมพร้อมแจ้งข้อหาใช้เอกสารทางราชการปลอมและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์ อันเป็นความผิดตาม มาตรา 108 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ก่อนจะให้ประกันตัวไป

              พ.ต.อ.วัฒนชัย เปิดเผยว่า หลังนายโชคชัยสวมเครื่องแบบตำรวจยศ ส.ต.ต. มารายงานตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจบน สภ.เมืองชัยภูมิ ก็พบพิรุธหลายอย่าง จากนั้นได้สอบถามที่มาที่ไป ซึ่งนายโชคชัยให้การว่าได้ไปสมัครนักเรียนนายสิบตำรวจกับเพื่อนด้วยตนเอง หลังสมัครเสร็จไม่นานก็มีเครื่องแบบตำรวจและหนังสือรายงานตัวส่งมาให้ทางไปรษณีย์ ก่อนจะสวมเครื่องแบบและนำเอกสารมาแสดงตัวที่ สภ.เมืองชัยภูมิ แต่เมื่อสอบถามเกี่ยวกับรุ่นที่จบมาและอีกหลายๆ อย่างก็ไม่สามารถตอบได้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารทางราชการที่นำมาแสดงก็พบว่าเอกสารทั้งหมดเป็นของปลอม จึงได้จับกุมดังกล่าว ทั้งนี้ เชื่อว่าเรื่องนี้มีการทำเป็นกระบวนการและมีผู้อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน

 

 

 

              ด้านพ่อเลี้ยงของนายโชคชัย ซึ่งเป็นอดีตนายทหารเดินทางมาประกันตัวนายโชคชัย พร้อมกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยส่งให้นายโชคชัยไปสอบเป็นทหารแต่ก็สอบไม่ผ่านและไม่ได้อยู่กับนายโชคชัยเนื่องจากต้องทำงานที่ จ.ขอนแก่น กระทั่งทราบจากภรรยาว่านายโชคชัยสอบติดนายสิบตำรวจที่โรงเรียนตำรวจจอหอ จ.นครราชสีมา และไปฝึกจนจบหลักสูตร จากนั้นจึงมารายงานตัวปฏิบัติงานที่ สภ.เมืองชัยภูมิ และถูกจับกุมดังกล่าว จึงรีบมาสอบถามความจริงและยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว ซึ่งคาดว่าลูกเลี้ยงอาจจะถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกเอาเงินในการสอบเข้าโรงเรียนนายสิบ แต่ก็ทำแนบเนียนทั้งเอกสารรายงานตัว รวมทั้งเครื่องแบบตำรวจที่จัดส่งให้ทางไปรษณีย์

              จากการสอบสวนเพิ่มเติม นายโชคชัย ผู้ต้องหา ให้การว่าก่อนหน้านี้มีคนมาติดต่อจะช่วยเหลือให้สอบเข้าโรงเรียนนายสิบตำรวจได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายรายละ 4 แสนบาท ซึ่งก็ตกลงจ่ายเงินไป ต่อมาก็ไปสอบเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็มีคนแจ้งมาว่าให้ไปฝึกเป็นนายสิบตำรวจที่โรงเรียนตำรวจจอหอ จ.นครราชสีมา และได้ไปฝึกอยู่ประมาณ 3 เดือน จนจบหลักสูตร

 

 

 

              ส่วนคนที่ติดต่อแจ้งว่าหลังฝึกเสร็จให้กลับบ้านไปรอรับเครื่องแบบตำรวจและหนังสือเพื่อไปรายงานตัว ต่อมาไม่นานก็มีหนังสือส่งมาที่บ้านแจ้งให้ไปรายงานตัวที่ สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งไม่รู้มาก่อนว่าเอกสารต่างๆ เป็นของปลอม จึงตั้งใจมารายงานตัวปฏิบัติหน้าที่กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

              อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การทั้งหมด หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และสอบสวนขยายผลแก๊งต้มตุ๋นช่วยสอบเข้าตำรวจมาดำเนินคดีต่อไป ซึ่งเป็นไปได้ว่าน่าจะมีผู้เสียหายในลักษณะนี้อีกหลายคน