24 มกราคม 2563 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 นำสำนวนคดีแชร์แม่มณี มายื่นฟ้อง น.ส.วันทนีย์ หรือ เดียร์ ทิพย์ประเวช เน็ตไอดอล เจ้าของวงแชร์แม่มณี เป็นจำเลยที่ 1 , นายเมธี หรือ บอส ชิณภา เป็นจำเลยที่ 2 , นายปิยะ หรือ เป้ คีรีสุวรรณกุล เป็นจำเลยที่ 3 , น.ส.พรสวรรค์ หรือ ฝ้าย ภูอินอ้อย เป็นจำเลยที่ 4 , น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช มารดา น.ส.วันทนีย์ เป็นจำเลยที่ 5 , น.ส.วิไลวรรณ หรือ มิ้น หงษ์ประชาทรัพย์ เป็นจำเลยที่ 6 , น.ส.นิตยา หรือ โบว์ พินนอก เป็นจำเลยที่ 7 , นายบริภัทร เข็มรัตน์ เป็นจำเลยที่ 8 และนายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา เป็นจำเลยที่ 9 ในความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนด (พรก.) การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560

 

 

 

               โดยฟ้องของอัยการ ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม - 30 ตุลาคม 2562 น.ส.วันทนีย์ หรือ เดียร์ เจ้าของวงแชร์แม่มณี จำเลยที่ 1 , 4 ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1 , น.ส.พรสวรรค์ หรือ ฝ้าย จำเลยที่ 4 กับพวก อ้างว่าจะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษ ซึ่งมีแผนการตลาดหรือรูปแบบการลงทุน จัดแบ่งออกเป็นวงแชร์ การลงทุนวงละ 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาท/วง เมื่อครบกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ลงทุนหรือวันที่ฝากเงินมายังบัญชีที่พวกจำเลยแจ้ง ผู้ลงทุนจะได้รับเงินที่ลงทุนพร้อมผลตอบแทนกลับไปจำนวนวงแชร์ละ 1,930 บาท

               ซึ่งต่อมา จำเลยที่ 1 , 4 กับพวก ได้เปลี่ยนเป็นการลงทุนระยะสั้น โดยลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 100 บาท เมื่อครบกำหนด 7 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 500 บาท , ลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 550 บาท , ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท , ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 13 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท

 

 

 

               โดยข้อความดังกล่าวล้วนเป็นความเท็จ เพราะความจริงแล้วจำเลยที่ 1 , 4 กับพวก ไม่ได้จัดให้มีการออมเงินหรือร่วมลงทุนโดยได้รับผลตอบแทนมากกว่าปกติดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นอุบายให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงเท่านั้น โดยมีผู้เสียหายรวม 2,533 ราย ซึ่งภายหลังกระทำความผิดแล้ว จำเลยทั้ง 9 คน ได้ร่วมกันฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงฯ และร่วมกันหลอกลวงประชาชนโดยโฆษณาหรือประกาศฯ ให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งหมด โดยอ้างจะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษดังกล่าว ซึ่งแผนการตลาดหรือการลงทุนแต่ละแผนที่จำเลยทั้งหมดอ้างจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ตั้งแต่อัตราร้อยละ 1,116 - 3,040.45 ต่อปีนั้นสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายจะพึงจ่ายได้ อันเป็นความเท็จ ทั้งที่ความจริงแล้วพวกจำเลยทั้งไม่สามารถจ่ายผลประโยชน์ในอัตราดังกล่าวให้แก่ผู้ลงทุนได้

 

 

 

               โดยพวกจำเลยจะนำเงินที่ได้จากผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ มาจ่ายเป็นผลประโยชน์หมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายก่อน แล้วเมื่อไม่มีผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนเพิ่ม ก็ไม่สามารถได้รับผลตอบแทนและเงินร่วมลงทุนกลับคืน ซึ่งการกระทำของจำเลยทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินให้กับพวกจำเลยทั้งเก้าไปรวมทั้งสิ้น 1,376,215,359.74 บาท

               โดยศาลประทับรับฟ้องไว้ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.167/2563 และนัดสอบคำให้การ ในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม นี้ เวลา 09.00 น.

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ญาติของ น.ส.ธวัลรัตน์ จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นมารดาของเจ้าของวงแชร์แม่มณี , นายบริภัทร จำเลยที่ 8 และนายปิยะเศรษฐ์ จำเลยที่ 9 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฟ้องนี้

 

 

 

               แต่ศาลพิเคราะห์แล้ว ให้ยกคำร้องขอประกันตัว โดยเห็นว่า อัยการโจทก์ตั้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ลักษณะเป็นขบวนการ พฤติการณ์แห่งคดีมีความร้ายแรง ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย

               ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้จำเลยที่ 1 - 9 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำตั้งแต่ชั้นสอบสวน โดยเมื่ออัยการยื่นฟ้องคดีแล้ว ศาลอาญาก็จะเบิกตัวจำเลยทั้งเก้ามาจากเรือนจำเพื่อสอบคำให้การในวันที่ 27 มกราคม นี้ ต่อไป