royal coronation
22 มกราคม 2563
อาชญากรรม

อธ.อัยการคดีอาญา-น.1-กองปราบ ประชุมร่วมนำร่องแก้ปัญหาคดี

14 มกราคม 2563 - 14:52 น.
อธอัยการคดีอาญา,แก้ปัญหาคดี,ประชุมร่วม,คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 680 ครั้ง

"อัยการ-ตร." จับมือแก้ปัญหาตีกลับสำนวน-ส่งสำนวนช้า-ตามพยานคดีขึ้นศาล มั่นใจจะทำดีขึ้น ปชช.ได้ประโยชน์ แนวโน้มทำ MOU แก้ปัญหาถาวร

คลิปที่ 1

 

 

            14 ม.ค.2563 - "อัยการ-ตร." จับมือแก้ปัญหาตีกลับสำนวน-ส่งสำนวนช้า-ตามพยานคดีขึ้นศาล มั่นใจจะทำดีขึ้น ปชช.ได้ประโยชน์ แนวโน้มทำ MOU แก้ปัญหาถาวร ส่วนเคสหมายจับ "ไวพจน์" ใครมีข้อมูลแจ้งด้วยพร้อมจับ

       

             ที่ห้องประชุมชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก ได้จัดประชุมบูรณาการ ความร่วมมือในการดำเนินคดีอาญาระหว่าง สำนักคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด -กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบังคับการปราบปราม

          โดยมี "นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน" อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา , พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. , พล.ต.ต.พัฒนา  เพศยนาวิน ผบก.น.2 ,  พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 , พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 พร้อมทั้ง พ.ตอ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวน อัยการเข้าร่วมกว่า 100 คน

คลิปที่ 2

 

 

 

 

              ขณะที่ "นายสิงห์ชัย" อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประชุมว่า การดำเนินคดีอาญาสำคัญกับทั้ง 3 หน่วยงาน ทุกภาคส่วนคาดหวังได้ความยุติธรรมจากพนักงานสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ทันยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวหน้า ที่ผ่านมาการทำงานของพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนมีอุปสรรคล่าช้า บางครั้งไม่เป็นไปตามข้อตกลง เกิดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น จึงจัดการประชุมหารือแก้ไขปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการส่งสำนวน และการสั่งสำนวนที่ต้องทำให้มีความสมบูรณ์ รวมถึงการติดตามพยานมาเบิกความในชั้นศาล

 

 

               "การประชุมหารือวันนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นการหารือระหว่างบุคลากรของอัยการและตำรวจนครบาลเขตพื้นที่ดำเนินคดีศาลอาญา ซึ่งเป็นเหมือนโครงการนำร่อง เพื่อบูรณาการหาทางออกร่วมกันที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในกระบวนการยุติธรรมทางด้านการสอบสวน การสั่งสำนวนและการดำเนินคดีในชั้นศาลที่จะให้เกิดความรวดเร็วและคล่องตัวขึ้น" นายสิงห์ชัย กล่าว

 

 

 

              ขณะที่ "อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา" ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาให้ทำเป็นข้อตกลงหรือ MOU ร่วมกันระหว่าง 3 หน่วยงานว่า วัตถุประสงค์ที่เชิญตำรวจนครบาลและกองปราบปราม มาวันนี้เพื่อหารือแก้ไขข้อขัดข้องเกี่ยวกับเรื่องการอำนวยความยุติธรรม ซึ่งเป็นภารกิจหลักของสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เกิดความเชื่อมั่นของประชาชนในการอำนวยความยุติธรรมให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

 

 

 

 

               โดยเรามาร่วมหารือใน 3 หัวข้อ คือการส่งสำนวน การพิจารณาสั่งสำนวนในชั้นอัยการให้มีความสมบูรณ์ สอบสวนเพิ่มเติมให้น้อยที่สุด และกระบวนการสืบพยานในชั้นศาล ซึ่งเราจะหารือกับทางพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ และฝ่ายอัยการ เพื่อกำหนดแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหา หลังจากหารือในวันนี้เสร็จแล้วก็จะได้ข้อสรุปซึ่งอาจทำบันทึกข้อตกลงกัน เบื้องต้นระหว่างอัยการสำนักงานคดีอาญา ตำรวจนครบาลและตำรวจกองปราบปราม ซึ่งอาจจะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทั้ง 3 หน่วยงานเพื่อทำบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู ต่อไป

 

 

 

 

 

              เมื่อถามว่า ในการแก้ปัญหาเรื่องการสั่งสำนวนจะมีแนวทางการให้พนักงานอัยการลงพื้นที่ร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนทุกคดี นอกเหนือจากคดีใหญ่ที่ปฏิบัติอยู่หรือไม่ "นายสิงห์ชัย" อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า ปัจจุบันก็มีกฎหมายกำหนดให้ความผิดบางประเภทอัยการเข้าร่วมสอบสวนได้ เช่น ความผิดเกี่ยวกับเด็ก และความผิดนอกราชอาณาจักร ยังไม่ถึงกับร่วมสอบสวนทุกคดี ดังนั้นในการแก้ปัญหาพนักงานอัยการก็จะประสานกับพนักงานสอบสวน ว่าทำอย่างไรจะให้พยานหลักฐานสมบูรณ์ชัดเจนขึ้น

 

             ด้าน "พล.ต.ท.ภัคพงศ์" ผบช.น. ระบุว่า ในส่วนของสถานีตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล 1,2,4,6 ที่มีจะมีคดีอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานอัยการคดีอาญารวมทั้งสิ้น 26 สถานีซึ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่มีสำนวนคดีจำนวนมากจึงมีข้อขัดข้องเกี่ยวกับการจัดทำสำนวนการสอบสวน รวมทั้งการประสานงานการปฏิบัติกับฝ่ายอัยการไปบ้าง ในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจัดการประชุม เพื่อแก้ไขปัญหาดังนี้ ปัญหาสำนวนการสอบสวนที่พนักงานอัยการไม่รับสำนวน การส่งสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมล่าช้า การติดตามพยานบุคคลซึ่งศาลนัดพิจารณาคดี

 

 

             เมื่อถามถึงปัญหาการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยตามหมายจับของศาล  เช่นการจับกุมตัว พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำเลยชั้นศาลฎีกาคดีล้มการประชุมอาเซียน เรื่องนี้ได้มีการหารือกับอัยการ เพื่อแก้อุปสรรคความล่าช้าด้วยหรือไม่

 

             "นายสิงห์ชัย" อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า การติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คงจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการ

 

              ขณะที่ "พล.ต.ท.ภัคพงศ์" ผบช.น. กล่าวว่า ก็เป็นแนวทางปกติอยู่แล้ว สำหรับบุคคลที่มีหมายจับ เราก็ประกาศสืบจับทั่วประเทศ และติดตามจับกุมอยู่แล้ว เมื่อพบตัวก็จะดำเนินคดีตามหมายจับ และหากสื่อมวลชนมีข่าวคราวจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบก็ยินดี อย่างไรก็ดีในส่งของตำรวจเราก็เคยทำหนังสือถึงประธานสภาขออนุญาตที่จะติดตามควบคุมตัวตัวพ.ต.ท.ไวพจน์ตามหมายจับแล้วหากเดินทางมายังสภา

 

 

 

             เมื่อถามว่าที่ผ่านมาคดีใหญ่ที่เกิดขึ้นมีการตั้งขณะทำงานร่วมกัน เพื่อติดตามประสานงานให้สำนวนสมบูรณ์ยิ่งขึ้นหรือไม่ "พล.ต.ท.ภัคพงศ์" กล่าวว่า ว่า ปกติตำรวจและอัยการก็ประสานงานหารือร่วมกันอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาอาจจะมีความล่าช้าเรื่องธุรการอยู่บ้าง เมื่อถามว่า ทางตำรวจมีประเด็นอะไรจะเสนอทางสำนักงานอัยการ ที่ควรจะปรับจูนการทำงานร่วมกันบ้าง ตอนนี้ตำรวจก็ได้รับความร่วมมือและคำแนะนำจากพนักงานอัยการอยู่แล้ว แต่เราจะทำให้รวดเร็วขึ้น แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าการทำงานของ 2 หน่วยงานมีปัญหาแต่อย่างใด

 

              เมื่อถามว่าต่อไปแนวทางการสอบสวนและการสั่งคดีร่วมกันของอัยการและตำรวจจะเป็นไปแนวทางเดียวกันหรือไม่ "ผบช.น." กล่าวว่า ภายหลังที่ได้มีการหารือกันเสร็จสิ้นวันนี้แล้ว เชื่อว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

คลิปที่ 3

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ