royal coronation
27 มกราคม 2563
อาชญากรรม

แถลงข่าวแฉกลโกง Nice Review (NRV)

23 พฤศจิกายน 2562 - 16:33 น.
Nice Review,NRV,แฉกลโกง,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,ฉ้อโกง
Shares :
เปิดอ่าน 2,935 ครั้ง

พุทธิพงษ์ แถลงข่าวแฉกลโกง Nice Review (NRV) ผันเงินที่หลอกตุ๋นแปลงเป็นสกุลดิจิทัล สกัดไม่ให้ตามยึดอายัด

คลิปที่ 1

 

               เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ที่ ห้องแถลงข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร. , พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. , พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืช ผบช.สทส. , พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.

 

 

 

คลิปที่ 2

               ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายณรงค์ อินลี อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท เอ็นเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด ที่เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ Nice Review (NRV) อ้างว่าทำธุรกิจดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง รับจ้างโปรโมท กดไลค์ กดแชร์สินค้าแบรนด์ต่างๆ โดยให้เหยื่อสมัครสมาชิกบริษัทฯ และเสียเงินเปิดพอร์ตลงทุนประกันความเสี่ยง พอร์ตละ 20,000 บาท โดยมีการอ้างว่า ได้รับผลตอบแทนสูงสุดวันละ 200 บาท จนมีผู้เสียหาย 403 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 139,553,444 บาท

               ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวทั่วประเทศ 44 เป้าหมาย 49 จุด

 

 

 

               นอกจากนี้ ได้ขยายผลเครือข่าย บุคคลที่ทำหน้าที่บริการลูกค้า หรือมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของบริษัท เอนเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด ทั้งประเทศ เพื่อตรวจค้น ตรวจยึด พิสูจน์เอกสารหลักฐานต่างๆ โดยได้ตรวจค้น 44 เป้าหมาย 49 จุด พร้อมตรวจยึด คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 28 เครื่อง โน้ตบุ๊ค 13 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 28 เครื่อง ซิมโทรศัพท์ 159 อัน สมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม รายชื่อลูกค้า 1,300 ราย ฯลฯ

               พลตำรวจเอก สุวัฒน์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้พบโฆษณารับจ้างทำงานกดไลก์ กดแชร์ ของบริษัท เอ็นเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งมีเงื่อนไขบริษัทฯ ให้สมัครสมาชิก และโอนเงินค่าประกันการทำงานตั้งแต่ 1,500 บาท ถึง 20,000 บาท และจะได้ค่าจ้างวันละ 20 - 200 บาท โดยมีสัญญาว่าจ้าง 3 เดือน

อ่านข่าว - ตะลึง...คดีโกงออนไลน์สถิติพุ่งเป็นเท่าตัว

 

 

 

               จากนั้นผู้สมัครจะต้องโหลดไฟล์เอกสารจากเว็บไซต์บริษัทฯ มาเซ็นชื่อกำกับ ซึ่งในเอกสารมีชื่อ นายณรงค์ ระบุเป็นกรรมการผู้จัดการไว้ ก่อนจะอัปโหลดกลับไปบนเว็บดังกล่าว เมื่อเริ่มทำงานแล้วบริษัทจะจ่ายเงินค่าจ้างใน 1 สัปดาห์ กระทั่งเริ่มจ่ายค่าจ้างล่าช้า และจ่ายเป็นเงินสกุลดิจิทัล สกุล NRV ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชื่อบริษัท ซึ่งมีค่า 1 หน่วยเท่ากับ 400 บาท แต่ไม่สามารถนำมาใช้จ่ายตามปกติได้ จนผู้เสียหายเกรงจะถูกหลอก บางส่วนจึงเดินทางไปยังที่ทำการบริษัทฯ ในย่านบึงกุ่ม เพื่อขอยกเลิกสัญญา แต่ก็ยังไม่ได้เงินประกันการทำงานคืน จึงไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม

               พลตำรวจเอก สุวัฒน์ กล่าวว่า ต่อมาชุดทำงาน ศปอส.ตร. ได้ตรวจสอบข้อมูลจากทั่วประเทศ

 

 

 

               พบว่า มีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับนายณรงค์ กว่า 403 ราย มูลค่าความเสียหายร่วม 139 ล้านบาท จึงสืบสวนขยายผลหาความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงินจนสามารถตามจับกุมนายณรงค์ได้ระหว่างหลบหนีที่ด่านพรมแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย - ลาว ที่ 1 จ.หนองคาย พร้อมเงินสดกว่า 1 แสนบาท และเงินต่างชาติอีก 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และยังจับกุม นายหาญ ฮะยี่บังลัง ผู้ที่ให้การช่วยเหลือ

               จากการสอบสวน นายณรงค์ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกเปิดบริษัท เอ็นเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด เพื่อหลอกลวงเอาเงินค่าประกันการทำงานจากเหยื่อจริง และไม่ได้ประกอบธุรกิจตามที่กล่าวอ้าง แต่จากการสอบปากคำในรายละเอียด นายณรงค์ยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

 

 

               ทั้งนี้ ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่ต่างๆ รวม 6 จุด ได้แก่ บริษัท เอ็นเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด ถ.นวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. และบ้านพักอีก 5 หลัง ในย่านลาดพร้าว และสายไหม ก่อนอายัดบัญชีและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา ได้แก่ บัญชีชื่อ นายณรงค์ อินลี 9 บัญชี 50 ล้านบาท , บัญชี บริษัท เอ็นเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด 3 บัญชี จำนวน 50 ล้านบาท , บัญชีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา 2 บัญชี รวมจำนวนเงินที่อายัดไว้ประมาณ 100 ล้านบาท

               สำหรับทรัพย์สินที่ยึดได้ ประกอบด้วย รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 2.0 520 D สีขาว 2 คัน มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท , โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ , บ้านเดี่ยวย่านถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. 3 หลัง , ห้องชุดคอนโดฯ ย่านคลองเตย 4 ห้อง และอาคารสำนักงาน บริษัท เอ็นเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด เลขที่ 388/86 ซ.นวลจันทร์ 26 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. มูลค่า 16 ล้านบาท

อ่านข่าว - เบิกตัว อ.โหน่ง สอบคำให้การโกงทัวร์ 60 ล้าน

 

 

 

               พลตำรวจเอก สุวัฒน์ กล่าวด้วยว่า จากนี้ตำรวจเตรียมขยายผลตรวจสอบกลุ่มผู้ร่วมขบวนการ โดยไล่ตั้งแต่กรรมการบริษัท เอ็นเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด , โปรแกรมเมอร์ , แม่ข่ายบริษัท , นายหน้า , โค้ชสอนการลงทุน , ผู้รับโอนเงิน และผู้แปลงเงินเป็นสกุลดิจิทัล ร่วมหลักร้อยราย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

               ขณะที่ นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาได้แปลงเงินให้เป็นเงินสกุลดิจิทัลเพื่อสกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตามยึดอายัดได้ เนื่องจากเงินจะถูกนำไปจัดเก็บใน อี - วอลเล็ท หรือกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างแดนแล้วจะสามารถไปแลกเป็นเงินสกุลใดก็ได้ ทั้งยังสืบหาไม่ได้ว่าอยู่ที่ใด เนื่องจากไม่มีข้อมูลการเงินปรากฏในธนาคาร

 

 

 

               สำหรับมาตรการสกัดกั้นทางเชิงรุก ศูนย์เฟกนิวส์จะใช้เทคโนโลยี เอไอ คัดกรองข้อมูลในโลกโซเชียล หากพบสิ่งต้องสงสัยก็จะสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้นทาง ทั้งนี้ ยังต้องอาศัยการให้ความรู้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม เงินดิจิทัล และ อี - วอลเล็ท ยังเป็นสิ่งใหม่สำหรับสังคมไทย ซึ่งการจับกุมในคดีฉ้อโกงระยะหลังมานี้ จะพบว่าตำรวจได้ยึดของกลางเป็นซิมโทรศัพท์ได้จำนวนมาก ซึ่งถูกนำมาใช้สำหรับเปิดบัญชี อี - วอลเล็ท ประเด็นนี้ จะนำไปหารือกับเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ว่าบุคคลหนึ่งจะสามารถถือบัญชี อี - วอลเล็ท ได้เท่าไหร่ อย่างไร ในอนาคต เนื่องจากคนร้ายไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีด้วยชื่อตัวเอง เพราะสามารถใช้ชื่อคนอื่นมาเปิดได้

 

 

 

คลิปที่ 3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ