royal coronation
8 ธันวาคม 2562
อาชญากรรม

ดีเอสไอประสานโอนตัว แม่มณีพร้อมพวกจากอุดรธานีเข้ากรุงเทพฯ

21 พฤศจิกายน 2562 - 10:37 น.
เอสไอประสานโอนตัว แม่มณี พร้อมพวกจากอุดรเข้ากรุง
Shares :
เปิดอ่าน 217 ครั้ง

ดีเอสไอประสานโอนตัว แม่มณีพร้อมพวกจากอุดรธานีเข้ากรุงเทพฯ

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ศักดา เหมือนโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี  ,พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี , ร.ต.อ.จักรพงษ์ ต้องแต้ม รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี และเจ้าหน้าที่จากทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดอุดรธานี เพื่อยื่นหนังสือขอโอนตัวผู้ต้องหาคดีแชร์แม่มณี น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ เดียร์ หรือ แม่มณี อายุ 30 ปี ท้าวแชร์ลวงโลก พร้อมพวกรวม 8 คน เพื่อนำไปควบคุมตัวที่กรุงเทพฯ หลังจากที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับสอบสำนวน เอกสาร หลักฐาน จากทางตำรวจภูธรภาค 4 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สำหรับผู้ต้องหานอกจากแม่มณีแล้ว ยังประกอบด้วย นายเมธี ชิณภา อายุ 20 ปี สามีแม่มณี , นายปิยะ คีรีสุวรรณกุล อายุ 22 ปี , น.ส.พรสวรรค์ ภูอินอ้อย อายุ 19 ปี , น.ส.สุพรรณี นิกรกุล อายุ 22 ปี , น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 47 ปี มารดาแม่มณี , น.ส.วิไลวรรณ หงษ์ประชาทรัพย์  อายุ 25 ปี และ น.ส.นิตยา พินนอก อายุ 27 ปี ไปนำตัวไปยังศาลอาญากรุงเทพมหานคร โดยให้เรือนจำกลางจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ไปส่งตามที่ศาลจังหวัดอดรธานี อนุมัติให้เดินทาง

 

 

 

โดยผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันให้กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน”

สำหรับคดีแชร์แม่มณี เริ่มจากปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มประชาชนผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ได้รับความเสียหายจากการที่ได้หลงเชื่อเข้าร่วมโครงการฝากเงินออมเงินกับแม่มณี หรือ แชร์แม่มณี โดยจะได้รับผลตอบแทนเป็นร้อยละ 93 ต่อเดือน ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินไปร่วมฝากเงินกับแม่มณีและพวก จนกระทั่งต่อมาแม่มณี หรือ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ เดียร์ กับพวก เบี้ยวจ่ายเงิน และได้หลบหนีไป จนถูกตำรวจชุดสืบสวนภาค 4 ชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี ติดตามจับกุมตัวได้

 

 

 

 

ทั้งนี้ยอดผู้เสียหายของ จ.อุดรธานี ประมาณ 341 คน มูลค่าความเสียหาย 147 ล้านบาท ส่วนรวมผู้เสียหายในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 4 ทั้ง 12 จังหวัด มีผู้เสียหาย 456 ราย รวมความเสียหายทั้ง 12 จังหวัด 221,891,437.15 บาท

นอกจากนี้ยังได้ติดตามยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง จำนวน 130,790,843 บาท ประกอบด้วย 1.เงินสด 17,517,000 บาท 2.อายัดบัญชี รวม 15,843,244  บาท 3.รถยนต์ 12 คัน 4.รถ จยย.บิ๊กไบค์ 1 คัน และ 5.อายัดทรัพย์สินอื่น มีอาคารพาณิชย์ , บ้านพร้อมที่ดิน , ทองรูปพรรณ รวม 89 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ทำการตรวจยึด 130,790,843 บาท

 

 

 

 

 

นายกฤษดา  จันทร์ดวง  ผู้สื่อข่าว  ภูมิภาค  จ.อุดรธานี

Shares :