เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 พ.ย.2562 พ.ต.ท.อาทิตย์ ศรีสุพจน์ สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งครุ เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.อุมาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ได้นำตัวน้องพี (นามสมมติ) บุตรชายอายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านทุ่งครุ เข้าแจ้งความ หลังถูกทำโทษด้วยการใช้ไม้พลองลูกเสือหวดก้นจนแตกลาย ว่า หลังรับแจ้งความได้ส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่ รพ.บางปะกอก3 ดังนั้นขณะนี้จึงต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ออกมาก่อน จึงจะเรียกนายจักรพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ครูพละคู่กรณี เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ในฐานความผิดที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย (อ่านข่าว แม่เดือดจัด ลูกชายถูกครูพละฟาดจนก้นแตก)

 

 

 

              อย่างไรก็ตามวันนี้ทราบว่า ทางโรงเรียนได้เรียกผู้ปกครองและเด็กที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เข้าไปชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะต้องเรียกพยานเข้ามาสอบปากคำด้วยหรือไม่ และจะเรียกใครเข้ามาบ้าง อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย (อ่านข่าว ครูพละยอมรับทำเกินกว่าเหตุ แต่นักเรียนก็ไม่เคารพกฏการสอบ)

 

 

แม่เด็ก ป.6 ยอมไกล่เกลี่ย ครูพละ ใช้ไม้พลองฟาดก้นแตก

 

 

              ทางด้าน ว่าที่ร้อยตรีวิเชียร อินทจันทร์ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ได้พาตัวนายจักรพงศ์ ครูพละคู่กรณีมาพบผู้ปกครองของเด็กๆที่อยู่ในวันที่เกิดเหตุ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการพบปะพูดคุยกันที่โรงเรียนนานประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายจักรพงศ์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เรื่องนี้ตนยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเองที่ลงโทษเด็ก แต่ตนไม่สามารถเล่าสิ่งใดให้ละเอียดไปได้มากกว่าข้อเท็จจริงคร่าวๆที่เกิดขึ้น เนื่องจากเด็กๆที่ถูกลงโทษก็เป็นลูกศิษย์ของตน ถ้าหากจะเล่าพฤติกรรมทั้งหมดของลูกศิษย์ตนผ่านสื่อมวลชนไป เกรงว่าจะไม่มีสถาบันใดรับลูกศิษย์ตนเข้าไปเรียนต่อ และอาจส่งผลต่ออนาคตของลูกศิษย์ตนได้

 

 

 

              “ดังนั้นจึงอยากเล่ารายละเอียดที่เป็นจริงอย่างคร่าวๆ ว่า ก่อนหน้านี้มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งมาฟ้องตนว่า ถูก ด.ช.พี และเพื่อนๆในกลุ่มรวม 8 คน กลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกาย เมื่อตนเรียก ด.ช.พี และเพื่อนๆมาสอบถามปรากฏว่าเป็นความจริง จึงได้ลงโทษด้วยการตี และสั่งให้รีบขึ้นห้องเรียน แต่ปรากฏว่า ด.ช.พี กลับเถลไถลไม่ยอมขึ้นห้องเรียน ตนจึงเรียกมาลงโทษอีก กระทั่งทราบในภายหลังว่าผู้ปกครองของ ด.ช.พี พาลูกชายเข้าไปแจ้งความ โดยหลังจากนี้หากพนักงานสอบสวนฯเรียกตนเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา ตนก็พร้อมยอมรับและต้องเดินทางไปตามที่พนักงานสอบสวนเรียก แต่ท้ายที่สุดจะไกล่เกลี่ยกันได้หรือดำเนินคดีอย่างไร ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม” นายจักรพงศ์ กล่าว

              ทางด้าน น.ส.อุมาพร แม่ของด.ช.พี กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ทราบพฤติกรรมของลูกตัวเองเลย เพราะครูไม่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบ ยอมรับว่าตกใจที่เห็นแผลลูก จึงรีบพาไปแจ้งความกับตำรวจ อย่างไรก็ตามเมื่อรับรู้พฤติกรรมดังนี้ ก็ต้องบอกว่าเสียใจ และหลังจากนี้ยินดีไกล่เกลี่ยยอมความกับนายจักรพงศ์ ต่อหน้าพนักงานสอบสวน แต่ตนอยากบอก นายจักรพงศ์ ว่า หากเด็กมีปัญหาลักษณะนี้ขึ้นอีก ไม่ว่าเด็กคนไหน อยากให้นายจักรพงศ์ แจ้งผู้ปกครองเด็กคนนั้นๆ เสียก่อน และเรียกเข้าพบเพื่อพูดคุยกันก่อนจะดีกว่า ตนว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดีและเป็นแนวทางที่ถูกต้องมากกว่าการลงโทษด้วยการตีจนเด็กได้รับบาดเจ็บ เพราะที่ผ่านมาก็ทราบว่าปัจจุบันนี้มีคำสั่งให้เลิกใช้วิธีการลงโทษเด็กด้วยการตีมาสักระยะแล้ว