royal coronation
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
อาชญากรรม

แก้ยาเสพติดต้องป้องปราบตั้งแต่ระดับชุมชน

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 - 12:59 น.
ยาเสพติด,ปปส,กระทรวงยุติธรรม,แก้ปัญหายาเสพติด,มาตรการเชิงรุก
Shares :
เปิดอ่าน 226 ครั้ง

ยธ.ร่วมตำรวจ เร่งมาตรการเชิงรุกเน้นป้องปรามตัดวงจรยาเสพติดในระดับชุมชน

          นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้มามอบชุดตรวจยาเสพติดให้กับ ตำรวจ 5 สถานีในพื้นที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (บก.น.3)โดยมี นายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กรุงเทพมหานคร เข้าหารือการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่ห้องประชุม ศปก.บก.น.3 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญในการแก้ปัญหายาเสพติด เนื่องจากเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับและสั่งการให้มีการบูรณาการร่วมกันในการแก้ปัญหายาเสพติดในประเทศ

          ทั้งนี้ นายสามารถ ยังได้มีโอกาสไปประชุมกับนายสมศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เวียดนาม ซึ่งมีอีก 11 ประเทศเข้าร่วมการประชุมในครั้งนั้นด้วย และจากการประชุมในครั้งนั้นทำให้รู้ว่าปัญหายาเสพติดไม่ได้มีเฉพาะที่ประเทศไทย โดยประเทศรอบ ๆเรามีปัญหาเรื่องยาเสพติดเหมือนกันทั้งหมด เช่น เวียดนาม กัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน เป็นต้น แต่ประเทศไทยของเราจะเป็นทางผ่านซึ่งหมายความว่าบางจุดจะเป็นแหล่งพักยา ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าในการผลิตยาบ้าออกมาภายใน 1 ชั่วโมง สามารถผลิตได้ถึง 288,000 เม็ด ต่อ 1 เครื่อง ฉะนั้นถ้า 1 เครื่อง ผลิตเวลา 10 ชั่วโมง จะได้เกือบ 3 ล้านเม็ดต่อวัน ถ้ามี 10 เครื่อง จะสามารถผลิตได้ 30 ล้านเม็ดต่อวัน  

         นายสามารถ บอกว่า ทุกวันนี้ยาเสพติดเปลี่ยนไปแล้วเพราะใช้สารเคมีเป็นสารตั้งต้นมาผลิต ดังนั้นตนคิดว่าการป้องปรามเป็นสิ่งจำเป็น และการบูรณาการร่วมกันกับภาคประชาชนในการที่จะทำอย่างไรให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามเรื่องยาเสพติด จึงต้องทำงานเชิงรุก การป้องปราม คือการตรวจสารเสพติด เพื่อลดจำนวนผู้เสพยาให้น้อยลง เป็นการตัดวงจร demand โดยวันนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่มี ส.ส.ในพื้นที่มาร่วมมือกัน มี พล.ต.ต. สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 และ ผกก.ในพื้นที่มาประชุม และ หารือร่วมกัน ขณะที่หน่วยงาน ป.ป.ส. ก็ให้การสนับสนุนชุดตรวจยาเสพติด จำนวน 1,000 ชุด มาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ตรวจยาไอซ์ ยาอี ยาบ้า ยาเค เป็นต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำชุดตรวจไปทำงาน สุ่มตรวจในพื้นที่ เพื่อลดวงจรยาเสพติดในพื้นที่ บก.น.3 

 

 

          “ตำรวจได้มีข้อเสนอให้มีการมีการปรับแก้กฎหมาย ให้ครอบคลุมตัดวงจรยาเสพติดให้มากขึ้น เช่น มาตรการยึดทรัพย์ ที่ต้องรุนแรง และ รวดเร็ว การบำบัดผู้ป่วย การหาอาชีพ หรือ กิจกรรมกลางแจ้งให้ผู้ป่วยเป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหายาเสพติด และได้มีการประชุมกับท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการยาเสพติดในรอบลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันอย่างยั่งยืน ในการสกัดยาเสพติดเข้ามาในประเทศ และท่านสมศักดิ์ได้เน้นว่า การแก้ปัญหายาเสพติดต้องเริ่มจากความรัก เริ่มจากครอบครัว ดังนั้นจึงให้การทำงานเชิงรุก ให้มีการลงพื้นที่ช่วยพ่อแม่พี่น้องประชาชน ให้ทำงานทั้งระดับจุลภาคคือสถาบันครอบครัว ระดับมหภาคคือระดับทวิภาคี ในการแก้ปัญหา ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรม และ ป.ป.ส. จะช่วยกันแก้ปัญหายาเสพติดในทุกๆมิติ เพื่อตัดทำลายวงจรยาเสพติดออกไปจากสังคมไทย” นายสามารถ กล่าว

          ด้านนายศิริพงษ์ กล่าวว่า ต้องขอขอบพระคุณ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ขอบพระคุณ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มาร่วมกันทำให้พื้นที่เขตหนองจอกปลอดยาเสพติด ซึ่งวันนี้ต้องขอบพระคุณ ป.ป.ส. ที่นำชุดตรวจมาให้ 5 สน. ได้มีชุดตรวจยาเสพติดใช้ในพื้นที่ ประกอบด้วย สน.หนองจอก สน.สุวินทวงศ์ สน.ลำหิน สน.ลำผักชี สน.ประชาสำราญ เนื่องจากพื้นที่หนองจอกมีพื้นที่ 236 ตร.กม  ถือว่ามีพื้นที่มากที่สุดในเขต กทม. จึงทำให้การป้องปรามยาเสพติดได้ยาก เนื่องจากอุปกรณ์ไม่เพียงพอ วันนี้ต้องขอบพระคุณ นายสามารถเป็นอย่างสูง ที่ช่วยทำให้กิจกรรมนี้ โครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ตนคิดว่าจะทำโครงการชุมชนสีขาว การกีฬาต้านยาเสพติด เพื่อเป็นการแก้ปัญหาลูกหลานติดยาเสพติด ตนมีความเชื่อว่า การแก้ปัญหายาเสพติด ต้องเริ่มจากครอบครัว เริ่มจากความเข้าใจกันในครอบครัว ซึ่งตนจะช่วยทางกระทรวงยุติธรรมในทุกมิติเช่นเดียวกัน

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ